เหยาชิงอู๋เอ่ยขึ้นอย่างเชื่องช้า
“ไม่ว่าจะเป็นห้องใต้ดินหรือที่อื่น ในบ้านของคนยากจนมีที่ซ่อนคนอยู่มากมาย ยิ่งเป็นที่ที่ไม่มีใครสังเกตเห็น ก็ยิ่งซ่อนคนได้ง่าย”
เถ้าแก่จางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น อึ้งไปพักใหญ่
ห้องใต้ดินหรือ?
ตอนนั้นนางพาคนไปค้น กลับไม่ทันสังเกตว่ามีห้องใต้ดินหรือไม่
เรือนผุพังหลังนั้น นางนึกว่าคงพังทลายไปนานแล้ว ใครจะคิดว่าคนจะซ่อนอยู่ในนั้นได้
ยิ่งคิดนางก็ยิ่งเห็นว่ามีเหตุผล ร่างกายพลันสั่นเทาด้วยความตื่นเต้น
“ใช่! ใช่แล้ว! ต้องเป็นเช่นนี้แน่! เหตุใดข้าถึงนึกไม่ถึงกัน!”
นางหมุนตัวจะไปเปิดประตู เดินไปได้สองก้าวก็หยุด ก่อนหันกลับมามองเหยาชิงอู๋ สีหน้าเจือความลังเลและวิงวอน
“แม่นาง ท่านไปกับข้าได้หรือไม่? หาก… หากหาไม่พบ หรือเกิดเรื่องอื่นขึ้น ท่านเป็นคนละเอียดรอบคอบ อาจช่วยออกความคิดได้บ้าง สมองข้าช่วงหลายวันนี้ยุ่งเหยิงไปหมดแล้ว”
พอป้าฉีได้ยินก็ร้อนใจขึ้นมาทันที
นางก้าวไปข้างหน้า ขวางอยู่ตรงหน้าเหยาชิงอู๋ สีหน้าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
“จะทำเช่นนั้นได้อย่างไร! นางเป็นสตรี จะตามพวกเจ้าไปยังที่รกร้างนอกเมือง หากเกิดเรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร? ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด!”
สีหน้าเถ้าแก่จางเผยความลำบากใจ
นางรู้ว่าคำขอนี้ทำให้ผู้อื่นลำบากใจ แต่ตนหวาดกลัวเหลือเกิน
คราก่อนพาคนไปห้าหกคนก็ยังหาไม่พบ หากครานี้คว้าน้ำเหลวอีก นางก็ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรทำเช่นไร
แม่นางตรงหน้าผู้นี้หัวไว มองคนได้แม่นยำ มีนางร่วมทางด้วย ใจก็รู้สึกมั่นคง
เหยาชิงอู๋ยื่นมือไปตบไหล่ป้าฉีเบา ๆ ส่งสัญญาณให้นางใจเย็น
จากนั้นจึงหันไปถามเถ้าแก่จาง
“สถานที่นั้นไกลหรือไม่?”
“ไม่ไกล ไม่ไกล!”
เถ้าแก่จางรีบเอ่ยขึ้น
