ทั้งสองคนปีนขึ้นมาถึงชั้นหก เจิ้งซือหยวนหอบหายใจถี่ เดินไปที่หน้าประตูห้องของตัวเองแล้วกดรหัสผ่าน ก่อนจะพูดกับเฉินอวี้หลานที่อยู่ข้างหลังว่า
“เวลานี้พ่อกับแม่น่าจะยังไม่หลับ เดี๋ยวพอคุณเข้าไป ถ้าพวกเขาพูดอะไรไม่เข้าหู ก็อย่าถือสาเลย อย่างไรพวกเขาก็อายุมากแล้ว”
จู่ ๆ ก็มีเสียงกดรหัสผ่านดังขึ้นจากด้านหลัง
เจิ้งซือหยวนหันกลับมา “คุณกลับไปเอาของใช้จำเป็นก่อนก็ได้ พอดีไม้กวาดทางนี้ก็พังแล้ว……”
ปัง!
เขายังพูดไม่ทันจบ เฉินอวี้หลานก็ฉวยจังหวะพุ่งเข้าไปในห้องแล้ว
นอกประตู
เมื่อเห็นเฉินอวี้หลานกระแทกประตูปิด เจิ้งซือหยวนถึงได้รู้ตัวว่าถูกหลอก เขาจ้องประตูที่ปิดสนิทด้วยสีหน้าซับซ้อน
เฉินอวี้หลานกลายเป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน?
เมื่อก่อนเธออาจจะจืดชืดไปบ้าง แต่ก็ถือว่ากตัญญูและวางตัวเหมาะสม ทำไมสองวันนี้ถึงเอาแต่แสดงท่าทีงอนงอแงซ้ำแล้วซ้ำเล่า?
มือที่กำลังจะเปิดประตูชะงักไปครู่หนึ่ง เขาหันไปเดินที่หน้าห้องของเฉินอวี้หลาน เพิ่งยกมือจะเคาะ เสียงสัญญาณเตือนจากกล้องวงจรปิดก็ดังสนั่นขึ้นมา!
เจิ้งซือหยวนรีบหันหลังกลับ แต่เพราะขยับตัวแรงเกินไป เอวจึงเคล็ดอีกครั้ง
“ซี๊ด……”
ความเจ็บปวดทำให้ใบหน้าของเขาซีดเผือดในพริบตา แต่เขารู้ว่าฟางหรูไม่อยู่ ไม่มีใครเห็นใจ จึงฝืนเปิดประตูเดินเข้าไปในห้อง
เวลานี้เจิ้งเจี้ยนจวินกับหลี่ซิ่วอิงยังไม่หลับ ทันทีที่เจิ้งซือหยวนเปิดประตูเข้าไป ก็เห็นสีหน้าเย็นชาของทั้งคู่
หลี่ซิ่วอิงยังไม่ทันเอ่ยปาก เขาก็ชิงพูดก่อนว่า “พรุ่งนี้เย็นฟางหรูจะมาเยี่ยมพ่อกับแม่ เธอบอกว่าจะซื้อทองกับหยกให้แม่ แล้วก็เตรียมบุหรี่กับเหล้าให้พ่อ ฝากบอกว่าอย่ารังเกียจ”
