แต่เมื่อได้ยินว่าเด็กชายผู้นั้นหน้าตาคล้ายองค์รัชทายาทอย่างยิ่ง เมิ่งยวนก็ระแวดระวังขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“เดิมทีซ่งหลินเหยาอยู่ในตงกง แต่ไม่รู้ว่านางจากไปตั้งแต่เมื่อใด ข้าลองเอ่ยถามอ้อม ๆ หลายครั้ง แต่ก็ไม่อาจสืบข่าวใดจากปากองค์รัชทายาทได้”
“คนที่หายสาบสูญไปหลายปีกลับมาอย่างกะทันหัน ทั้งยังมีเด็กติดตามมาด้วย และเด็กคนนั้นก็หน้าตาคล้ายองค์รัชทายาท เรื่องทั้งหมดนี้ทำให้ผู้คนอดระแวงไม่ได้ สัญชาตญาณของข้าบอกว่า เด็กคนนั้นแปดส่วนคงเป็นเลือดเนื้อขององค์รัชทายาท”
แววตาของหญิงสาวมีประกายคมกริบ “พระชายาแห่งตงกงมีอยู่มาก ต่างคนต่างมีความคิดของตนเอง ข้าคาดว่าไม่แน่ว่าองค์รัชทายาทอาจรู้ว่าซ่งหลินเหยาตั้งครรภ์ จึงจงใจย้ายนางออกจากตงกงเพื่อปกป้องนางกับเด็กในครรภ์ ให้ผู้ที่คิดร้ายวางใจลง แล้วคุ้มครองแม่ลูกให้ปลอดภัย”
เมิ่งยวนกำที่เท้าแขนแน่น แววตาเผยความเหี้ยมเกรียม “แต่ไม่ว่าอย่างไร ฆ่าผิดดีกว่าปล่อยให้รอด!”
“หากเป็นลูกขององค์รัชทายาทกับซ่งหลินเหยาจริง ก็สมควรตาย หากไม่ใช่ลูกขององค์รัชทายาท หึ ซ่งหลินเหยาฆ่าน้องชายของข้า หนี้เลือดนี้ยังไม่ได้ชำระจนถึงบัดนี้ พอดีให้ลูกของนางชดใช้ด้วยชีวิต”
ไท่ซือเมิ่งลูบเครา เห็นด้วยกับคำพูดของบุตรสาวเป็นอย่างยิ่ง ความเจ็บปวดจากการสูญเสียบุตรชาย ก็ควรให้นางผู้นั้นได้ลิ้มรสบ้าง
ขณะที่พ่อลูกกำลังสนทนากัน ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น
บ่าวเดินเข้ามาแล้วรีบไปยืนตรงหน้าผู้เป็นนาย ก่อนโน้มตัวกระซิบบางอย่างข้างหู ไท่ซือเมิ่งฟังจบก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ แล้วโบกมือให้เขาถอยออกไป
เมื่อได้ฟังคำของบิดา เมิ่งยวนก็อารมณ์ดีขึ้นมาก หากทำได้ นางอยากไปหาซ่งหลินเหยาตอนนี้เสียจริง อยากเห็นสีหน้าของนางผู้นั้นยามร้องไห้แทบขาดใจ
————
อิ้วจิ้นถัง
ยามนี้ไม่มีผู้ป่วย จื่อเยียนกับเหลียงเช่านั่งประจันหน้ากัน ทั้งสองเงียบงันไม่พูดจา
