น้ำเสียงของเลี่ยงเสี่ยงอ่อนโยน ราวกับพูดให้ภรรยาฟัง และราวกับพูดกับตนเอง
“ตั้งแต่เจ้าย้ายเข้ามา คฤหาสน์ที่เงียบเหงาก็มีชีวิตชีวาขึ้น ข้าชอบที่เจ้าเรียบง่ายบริสุทธิ์ใจ ไร้เล่ห์เหลี่ยม ชอบความมีเมตตา ซื่อตรง รู้คุณค่าของความสัมพันธ์ ชอบมองเจ้าหัวเราะอย่างสดใส แม้กระทั่งยามเจ้าไม่คิดอะไร ไร้เดียงสาเสียจนดูเหมือนขาดสติปัญญา”
“ชอบเจ้า...”
เห็นภรรยาจ้องมองเขาตาเป็นประกาย ตั้งใจฟังทุกถ้อยคำ เลี่ยงเสี่ยงก็ยิ้ม “เลี้ยงง่าย แข็งแรงทนทาน”
เขาไม่ถนัดแสดงความรู้สึก สตรีอ่อนหวานละเอียดอ่อนที่ต้องคอยเอาใจใส่ประคบประหงมนั้น ทำให้เขารับมือไม่ไหวจริง ๆ
คนยิ่งซับซ้อน ก็ยิ่งชอบคนและเรื่องราวเรียบง่าย ท่าทางซื่อบื้อของนางไม่เสแสร้งไม่ประดิษฐ์ อีกทั้งความรู้สึกและความกล้าหาญที่คอยเคียงบ่าเคียงไหล่ ช่วยเหลือประคับประคองกันมา ก็ยิ่งทำให้เขาซาบซึ้ง
“มาคิดดูตอนนี้ พบกันครั้งแรกข้าก็หวั่นไหวแล้ว เพียงแต่จงใจมองข้ามไป หรือไม่ก็ไม่รู้ใจตนเอง”
สายตาที่เลี่ยงเสี่ยงมองภรรยาอ่อนโยนดุจสายน้ำ “ใช่ว่าข้าไม่รู้ว่าภายนอกมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ว่าความสามารถของเจ้าไม่คู่ควรกับข้า แต่ในใจข้า เจ้าเก่งกว่าผู้ใดทั้งสิ้น มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่เป็นภรรยาของข้าได้”
“เจ้ากังวลเรื่องการเรียนของลูก กลัวว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ไม่เท่าข้า ที่จริงไม่จำเป็นต้องกังวลถึงเพียงนั้น”
