สองสามีภรรยามองหน้ากัน ลอบถอนใจว่าสุดท้ายบุตรสาวก็รู้เข้าจนได้
ชิงอินกวักมือให้บุตรสาวมานั่งข้างกาย “ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนี้หรอก เรื่องนี้ยังปรึกษากันได้อีก”
จืออี้ยิ้มบาง ๆ “ในเมื่อท่านชายหลู่ถูกใจลูก การได้แต่งกับคนที่ชอบพอตนก็นับว่าดี อีกทั้งเขายังมีบุญคุณช่วยชีวิตท่านพ่อไว้ ด้วยอาการของฮูหยินอิวในยามนี้ หากเป็นอะไรไปจริง ๆ สิ่งที่นางกล่าวมาเมื่อครู่ก็แทบเป็นความปรารถนาสุดท้ายก่อนสิ้นใจ หากพวกเราไม่ใส่ใจ มิใช่เป็นการเนรคุณหรือเจ้าคะ”
“อย่างไรเสียก็ต้องออกเรือนสักวัน บางทีนี่อาจเป็นวาสนาระหว่างพวกเรากับจวนโหวก็เป็นได้”
คนที่เคยฝากใจไว้ ชาตินี้หมดหนทางเป็นไปได้แล้ว จืออี้ใจนิ่งดั่งน้ำนิ่ง จะแต่งกับใครนางก็ไม่ใส่ใจอีก สู้ใช้ชีวิตนี้ตอบแทนบุญคุณช่วยชีวิตแทนครอบครัวเสียยังดีกว่า
เจียงอวิ๋นชิงปวดใจ “หนี้ที่บิดาก่อไว้ จะให้ธิดาใช้ชีวิตครึ่งหลังไปชดใช้ได้อย่างไรกัน”
“ท่านพ่ออย่าคิดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านพ่อท่านแม่ให้กำเนิดและเลี้ยงดูลูกมา การตอบแทนพระคุณท่านทั้งสองเป็นหน้าที่ของลูกอยู่แล้ว”
จืออี้ยิ้มละมุน “อันที่จริงการสมรสครั้งนี้ก็ไม่เลวเลยเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงแจ่มใสแฝงความเหงาหงอยที่คนนอกยากจะสังเกต “จวนโหวเป็นตระกูลสูงศักดิ์ ท่านชายหลู่เป็นบุตรชายคนเดียวของตระกูล ภายภาคหน้าต้องสืบทอดบรรดาศักดิ์ ลูกในวันข้างหน้าก็จะเป็นฮูหยินแห่งจวนโหว เป็นสตรีผู้มีเกียรติของขุนนางเจ้าค่ะ”
“ในตระกูลไม่มีญาติวุ่นวายเรื่องจุกจิก สงบเงียบนัก ฮูหยินอิวก็เห็นคุณค่าลูก ลูกก็ไม่ต้องเผชิญความสัมพันธ์ยุ่งยากระหว่างแม่สามีกับลูกสะใภ้ ต่อให้ไม่รู้จักจวนโหว ต่อให้อาฮองเฮาทรงจัดหาคู่ให้ลูกด้วยพระองค์เอง ก็ใช่ว่าจะได้ตระกูลสามีเช่นนี้”
