สิ่งที่ฮูหยินอิวเสียใจที่สุดในชีวิต คือการใจอ่อนยอมให้บุตรชายรับฉู่ซวงซวงเข้ามาเป็นหม่อมรอง มิคาดว่าจะเป็นการนำตัวหายนะเข้าบ้าน
นับแต่สูญเสียจืออี้ผู้เป็นลูกสะใภ้ไป ฮูหยินอิวก็เก็บความแค้นต่อฉู่ซวงซวงไว้ในใจ ครั้นต่อมานางยังทำให้บุตรชายต้องสูญเสียบรรดาศักดิ์อีก เรื่องนี้จึงล้ำเส้นที่ฮูหยินอิวจะยอมรับได้อย่างสิ้นเชิง
นางจึงอาศัยช่วงที่บุตรชายออกไปสังสรรค์กับสหาย สั่งให้คนรุมตีฉู่ซวงซวงจนตาย
เคราะห์ดีที่สหายของหลู่ยวนโจวเกิดธุระกะทันหัน งานเลี้ยงจึงถูกยกเลิก เขารีบกลับมาทันเวลาและช่วยหญิงที่กำลังร่อแร่เอาไว้ได้
หลู่ยวนโจวอ้อนวอนมารดาซ้ำแล้วซ้ำเล่า บรรดาศักดิ์ก็สูญเสียไปแล้ว เรื่องมาถึงขั้นนี้ ต่อให้ตีฉู่ซวงซวงจนตายก็ไม่อาจเรียกสิ่งใดกลับคืนมาได้ เหตุใดต้องแลกด้วยชีวิตคนอีกหนึ่งชีวิต ทั้งยังบอกมารดาว่า หากฉู่ซวงซวงเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เขาก็จะไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อไปเช่นกัน
ฮูหยินอิวจึงล้มเลิกความคิดที่จะประหารหม่อมรองผู้นี้ แต่เพื่อลงโทษ นางลดฐานะฉู่ซวงซวงจากหม่อมรองเป็นอนุ ส่วนหลู่ยวนโจวเพื่อปลอบใจคนรัก จึงให้คำมั่นว่าต่อไปจะไม่แต่งภรรยาอีก แม้เป็นเพียงอนุ ชั่วชีวิตนี้ก็จะมีนางเพียงคนเดียว
จืออี้ยิ้มบาง ๆ พลางทอดถอนใจ “ไม่พูดถึงเรื่องอื่น ความผูกพันของพวกท่านสองคนก็น่าซาบซึ้งไม่น้อย”
หลู่ยวนโจวส่ายหน้าพลางยิ้มขื่น สายตามองฉู่ซวงซวงที่อยู่ข้างกายด้วยความสงสารเอ็นดูเต็มเปี่ยม
ครั้งหนึ่งนางก็เคยเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่ ใช้ชีวิตสุขสบายพรั่งพร้อม มีชายคนรักที่ต่างฝ่ายต่างมีใจให้กัน หากชีวิตนี้ไม่มีเรื่องพลิกผัน นางคงได้แต่งงานกับเขาอย่างราบรื่น และใช้ชีวิตไร้กังวลไปชั่วชีวิต
ทว่าเพียงชั่วข้ามคืน ครอบครัวก็พังทลาย สูญเสียญาติพี่น้อง แม่สามีในอนาคตก็ไม่ยอมรับการหมั้นหมายนี้ นางร่วงหล่นลงสู่หอคณิกา มีฐานะต่ำต้อยยิ่งกว่าหญิงชาวบ้าน ต้องมองชายคนรักผู้รักนางลึกซึ้งดุจมหาสมุทรแต่งหญิงอื่นเป็นภรรยา ส่วนตนทำได้เพียงเป็นอนุ คอยก้มหน้าก้มตาดูสีหน้าผู้อื่น ประสบการณ์ในสำนักเจี้ยวฟางซือก็กลายเป็นมลทินที่นางไม่มีวันล้างออกไปจากชีวิตนี้ได้
