2,700,000!
ตัวเลขนี้ทำให้เฉินหยางขาอ่อน แทบยืนไม่อยู่
เฉินเสวี่ยหน้าซีดเผือด ยื้อชายเสื้ออู๋ซุ่ยไว้ พลางส่งสายตาให้เขาอย่างร้อนรน
ความหมายชัดเจนยิ่งกว่าอะไร: แพงเกินไปแล้ว พวกเราไปกันเถอะ
ตั้งสองล้านกว่าเชียวนะ!
ตัวเลขที่พวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดถึง
อู๋ซุ่ยตบหลังมือเฉินเสวี่ยเบา ๆ ส่งสายตาปลอบโยนให้ ก่อนหันไปยิ้มให้หวังไห่
“หัวหน้าหวัง ผมขอเข้าไปดูสภาพข้างในก่อนได้ไหมครับ?”
หวังไห่เลิกคิ้ว ยิ้มพลางเรียกเหล่าหลิวให้เปิดประตู
อู๋ซุ่ยเดินนำเข้าไปทันที เฉินเสวี่ยกับเฉินหยางเดินตามหลังอย่างหวาด ๆ กลัวว่าจะเหยียบพื้นปูนเสียหายแล้วต้องชดใช้
แม้แต่ยาย่าก็สัมผัสได้ถึงความตึงเครียดของผู้ใหญ่ จึงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนเฉินเสวี่ยเงียบ ๆ
อู๋ซุ่ยตรงไปยังห้องเย็น
เขาผลักประตูเก็บความเย็นบานหนาเปิดออก กลิ่นอับก็โชยเข้าปะทะใบหน้า
เขาขูดผนังเบา ๆ โฟมกันความร้อนสีเหลืองที่ร่อนออกมาก็หลุดลงมาเป็นแผ่นใหญ่
“หัวหน้าหวัง ชั้นฉนวนกันความร้อนนี่กลายเป็นผงหมดแล้ว ต้องขูดออกทั้งหมดแล้วทำใหม่ครับ”
อู๋ซุ่ยปัดฝุ่นบนมือ ก่อนเดินไปหยุดหน้าชุดเครื่องทำความเย็น แล้วเตะฐานที่ขึ้นสนิมเขรอะเบา ๆ
“คอมเพรสเซอร์นี่เป็นของผลิตในประเทศตั้งแต่ยุค 80 ใช่ไหมครับ? ตอนนี้เป็นแค่เศษเหล็ก ซ่อมก็ใช้ไม่ได้แล้ว”
เดิมทีหวังไห่ยืนกอดอกด้วยท่าทีทำตามหน้าที่ พอได้ยินเช่นนั้น สีหน้าก็จริงจังขึ้นหลายส่วน
เขานึกว่าอู๋ซุ่ยเป็นแค่เศรษฐีใหม่ ไม่นึกเลยว่าจะรู้เรื่องจริง ๆ
“อู๋ซุ่ย อุปกรณ์พวกนี้ซ่อมหน่อยก็ยังใช้ได้...”
“พี่หวัง อย่ามาหลอกผมเลยครับ”
อู๋ซุ่ยพูดแทรก ก่อนหันหลังเดินไปยังท่าเรือด้านหลัง
“ถ้าใช้ได้จริง ตอนพวกคุณย้ายออกไปทำไมไม่ถอดเอาไปด้วยล่ะครับ?”
หวังไห่กระแอมสองครั้ง ไม่ได้ตอบ แล้วเดินตามไป
เมื่อมาถึงข้างท่าเรือ อู๋ซุ่ยชะโงกมองลงไปในน้ำแล้วส่ายหน้า