ตอนออกจากบ้านตระกูลเฉิน
จ้าวกุ้ยฮวาหอบข้าวของถุงใหญ่ถุงเล็กออกมาเต็มมือ
ทั้งผักที่ปลูกเอง ไก่แก่ เป็ด... แล้วยังมีลิ้นจี่สดอีกถุงใหญ่ที่เฉินต้าเฉียงไปเก็บจากสวนผลไม้ตั้งแต่เช้า
“แม่ เอามาเยอะเกินไปแล้ว พวกเรากินไม่หมดหรอก” อู๋ซุ่ยรีบห้าม
“กินไม่หมดก็เอาไปแช่ในบ่อน้ำสิ ออกทะเลทำงานใช้แรงทั้งนั้น ถ้าไม่กินของดี ๆ แล้วจะเอาแรงมาจากไหน?”
จ้าวกุ้ยฮวาไม่ฟังคำห้าม ยัดข้าวของทั้งหมดลงในกระสอบปุ๋ย แล้วหันไปถลึงตามองเฉินหยาง
“เสี่ยวหยาง พอไปถึงบ้านพี่เขยแล้วก็ขยันเข้าไว้ ต้องรู้จักหางานทำ ได้ยินไหม?”
เฉินหยางหดคอ พยักหน้ารัว ๆ “แม่ ผมจำไว้แล้ว”
อู๋ซุ่ยอุ้มยาย่าไว้ พลางยิ้มอำลาสองสามีภรรยาสูงวัย
พอถึงตัวอำเภอ อู๋ซุ่ยตั้งใจจะเช่ารถกลับบ้าน แต่เฉินเสวี่ยไม่ยอม
ทั้งสี่คนจึงต้องนั่งรถโดยสารขนาดกลางไปลงที่อวิ๋นสุ่ยเจิ้นก่อน
ตอนลงจากรถก็เที่ยงพอดี อู๋ซุ่ยพาทุกคนแวะกินข้าวในตัวเมือง
ระหว่างเดินผ่านอาคารกลุ่มหนึ่ง เฉินหยางก็รั้งอู๋ซุ่ยไว้
“พี่เขย ดูทางนั้นสิ”
อู๋ซุ่ยมองไปตามทิศที่เขาชี้
ตรงนั้นเป็นลานกว้างพอสมควร
มีกำแพงอิฐแดงล้อมรอบ ด้านในมีอาคารชั้นเดียวอยู่หลายแถว แล้วยังมีโกดังขนาดใหญ่อีกหลัง
ที่สำคัญที่สุดคือ ลานแห่งนี้ติดริมน้ำ
ด้านหนึ่งของลานเชื่อมต่อกับท่าเรือเล็กส่วนตัวโดยตรง ข้างในยังมีเรือจอดอยู่ลำหนึ่ง
ส่วนฝั่งที่ติดถนนเป็นห้องแถว แต่เสียดายที่ไม่มีร้านไหนเปิดอยู่เลย
“โกดังเก่ากับสำนักงานของกรมกิจการทางทะเลน่ะ” อู๋ซุ่ยอธิบายส่ง ๆ
“เมื่อก่อนเหมือนจะให้คนเช่าห้องแถวด้วย แต่สองปีมานี้ปล่อยทิ้งร้างหมดแล้ว”