เฉินเลี่ยงวุ่นวายจนฟ้ามืดสนิท กว่าจะจัดการทุกอย่างเข้าที่เข้าทาง แล้วเริ่มอัปเดตนิยายต่อ
“ฮ่า ๆ ดูท่าแล้ว 《เทพมาร》 จะได้รับความนิยมมากกว่า 《เทพสวรรค์ทะลวงภพ》 นะ”
เฉินเลี่ยงนำยอดอ่านของนิยายทั้งสองเรื่องมาเทียบกัน พอเห็นตัวเลขแล้วก็อดดีใจไม่ได้ แถมข้อมูลนี้ยังเป็นยอดของนิยายเรื่องใหม่ 《เทพมาร》 ที่เพิ่งลงเว็บอีกด้วย
หลังจากทุ่มเทเขียนอย่างหนักมาสี่วัน บวกกับต้นฉบับที่ตุนไว้ก่อนหน้านี้ เฉินเลี่ยงก็พอจะมีงานเพียงพอสำหรับอัปเดตแล้ว
“ถึงเวลาเขียนการบ้านสักที”
พอจัดการเรื่องนิยายเรียบร้อย เฉินเลี่ยงก็สบายใจขึ้นมาหน่อยและเริ่มทำการบ้าน
อีกสามวันก็จะเปิดเทอมแล้ว การบ้านปิดเทอมครั้งนี้มีไม่น้อยเลย มีข้อสอบเป็นตั้งสิบกว่าแผ่น แถมยังมีแบบฝึกหัดอีกหลายเล่ม
เฉินเลี่ยงจึงใช้เวลากลางวันทำการบ้าน ส่วนกลางคืนก็อัปเดตนิยาย
วันหยุดเจ็ดวันที่ต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำทำให้เฉินเลี่ยงเหนื่อยล้าทั้งกายใจ แต่ทุกครั้งที่เห็นยอดต่าง ๆ ดีขึ้นเรื่อย ๆ และได้อ่านข้อความให้กำลังใจจากนักอ่าน เขาก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาเต็มเปี่ยม
“เฮ้อ เหนื่อยกว่าเรียนที่โรงเรียนอีก”
วันนี้เป็นวันที่หกตามปฏิทินจันทรคติ ซึ่งเป็นวันที่เขาควรกลับโรงเรียน
เสื้อผ้าสกปรกที่ใส่มาก่อนหน้านี้ซักเสร็จแล้วที่โรงแรมเล็ก ๆ เฉินเลี่ยงสะพายกระสอบสีเหลืองอ่อนใบนั้นอีกครั้ง แล้วออกเดินทางตั้งแต่เช้าตรู่
“เสี่ยวเฉิน จะไปเรียนแล้วเหรอ?”
“ใช่ครับ ผมไปก่อนนะครับคุณยาย”
โรงแรมเล็ก ๆ ที่อยู่ตรงหน้าเป็นของคุณยายที่กำลังนอนเอนอยู่บนเก้าอี้ปรับเอน
เธอพักอยู่ชั้นหนึ่งของโรงแรม ว่ากันว่าลูกชายกับลูกสาวต่างก็มีอนาคตดี และกำลังทำงานอยู่ในเมืองใหญ่
แต่ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เฉินเลี่ยงไม่เคยได้ยินเสียงรถมาจอดเลยสักครั้ง
หิมะละลายไปแล้ว แม้จะยังอยู่ในช่วงกลางฤดูหนาว แต่ระหว่างเดินไปตามถนน เฉินเลี่ยงกลับรู้สึกว่าลมหนาวในอากาศไม่บาดผิวเหมือนก่อน
“คนขับครับ ไปโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหมิงเยว่”
อินเทอร์เน็ตคาเฟ่แห่งใหม่อยู่ทางใต้สุดของอำเภอ ห่างจากร้านเดิมและโรงเรียนมัธยมปลายอันดับหนึ่งแห่งเมืองหมิงเยว่พอสมควร
