“จริงสิ เสี่ยวเลี่ยง เพิ่งมาถึงไห่เฉิง จัดการเรื่องที่พักเรียบร้อยหรือยัง? ถ้ายัง งั้นคืนนี้...”
ซูชิงชิงยังพูดไม่ทันจบ เฉินเลี่ยงก็เอ่ยขึ้นก่อน
“พี่ชิงหนิง จริง ๆ แล้ววันนี้ที่ผมนัดพี่ออกมา ก็มีเรื่องอยากบอกเหมือนกันครับ”
เห็นสีหน้าจริงจังของเฉินเลี่ยง ซูชิงชิงก็รู้สึกใจหวิวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ สัญชาตญาณบอกว่าเรื่องนี้คงไม่ดีแน่
“เรื่องอะไรเหรอ เสี่ยวเลี่ยง? เรื่องเข้าร่วมอบรมนักเขียนนิยายออนไลน์หรือเปล่า?”
“ไม่ใช่ครับพี่ชิงหนิง จริง ๆ แล้วผมอยากขอโทษพี่ ผมเพิ่งอายุครบ 18 ปีปีนี้ เพิ่งสอบเกาเข่าเสร็จ แล้วก็มาเรียนมหาวิทยาลัยที่ไห่เฉิงครับ”
......
“อะไรนะ?”
“เห็นไหมพี่ หนูบอกแล้วว่าเขาอายุน้อยกว่าหนูอีก”
ดวงตาของซูเฉิงเอ๋อร์พลันเป็นประกายขึ้นมา ท่าทางราวกับรู้อยู่แล้วไม่มีผิด ก่อนจะพูดอย่างได้ใจ
เมื่อเห็นซูชิงชิงทำหน้าไม่อยากเชื่อ เฉินเลี่ยงก็รู้สึกผิดอย่างมาก
“สอบเกาเข่าเหรอ? เสี่ยวเลี่ยง นายไม่ได้ลาออกจากโรงเรียนไปนานแล้วหรือไง? หรือว่าไปสอบเกาเข่าแบบการศึกษาด้วยตัวเอง? แต่ก็ไม่ถูกนะ ในบัตรประชาชนของนายเขียนชัด ๆ ว่า...”
“โธ่ พี่ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ อายุในเอกสารต้องมากกว่าอายุจริงแน่นอนอยู่แล้ว”
“ใช่ครับ พี่ชิงหนิง”
“นี่...”
พอได้ยินคำตอบ ซูชิงชิงก็เพิ่งเข้าใจขึ้นมาในทันที เธอจ้องเฉินเลี่ยงด้วยสายตาเหม่อลอย อ้าปากค้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ ราวกับเพิ่งได้รู้จักเขาเป็นครั้งแรกในวันนี้
“ขอโทษครับพี่ชิงหนิง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ผมก็โกหกพี่ ผมขอโทษจากใจจริง หวังว่าพี่จะไม่โกรธนะครับ”
เมื่อสามปีก่อน เฉินเลี่ยงในตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กหนุ่มใสซื่อที่เพิ่งเดินทางเข้าเมืองอำเภอ
ต่อหน้าคอมพิวเตอร์ในร้านอินเทอร์เน็ต เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่ไม่เคยพบกันมาก่อน และอีเมลที่ไม่คุ้นเคยเลยสักนิด เฉินเลี่ยงจำต้องระแวดระวังและเลือกปิดบังตัวตน
แต่เมื่อเริ่มโกหกครั้งแรกแล้ว ก็ต้องใช้คำโกหกอีกนับไม่ถ้วนมาปกปิดเรื่องต่อ ๆ ไป
ดังนั้น แม้ภายหลังพี่ชิงหนิงกับยงเจ่อจะสนิทสนมกันแล้ว เฉินเลี่ยงก็ยังหาโอกาสเหมาะ ๆ มาแก้ “ความเข้าใจผิด” นี้ไม่ได้
