เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ใช้นิ้วเคาะโต๊ะเบา ๆ น้ำเสียงเจือความหงุดหงิดอยู่หลายส่วน “ฉันว่าเขาไม่ได้ขี้ขลาดสักนิด ในบันทึกแชตด่ากราดตั้งแต่เปิดปาก ถึงกับบีบให้พวกที่ปกติรีดไถแค่ 15,000 หยวน เรียกเงินเพิ่มเป็น 30,000 หยวน พอมาถึงบริษัท คำแรกที่พูดก็ขู่ว่าจะแจ้งตำรวจ”
“เอาละ พี่หวัง ใจเย็น ๆ ก่อน ยังหนุ่มยังแน่น เลือดร้อนกันเป็นธรรมดา เข้าใจได้”
วิศวกรหวังโกรธขนาดนี้ก็มีเหตุผล ปกติการโจมตีลักษณะนี้จะกินเวลาแค่สามถึงสี่สัปดาห์ แต่เพราะเฉินเลี่ยงด่ากลับไปแบบนั้น อีกฝ่ายอาจหันมาเล่นงานเขาโดยตรงและตามรังควานไปอีกนาน
ที่จริงแค่ปล่อยให้เรื่องเงียบไปก็พอแล้ว พออีกฝ่ายเปลี่ยนเป้าหมาย ทุกอย่างก็จะกลับมาปลอดภัย
แต่ตอนนี้ไม่ใช่แค่เฉินเลี่ยงที่อาจตกเป็นเป้า แม้แต่บริษัทสามเสือดาวก็อาจโดนหางเลขไปด้วย งานของวิศวกรหวังคงเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวแน่
วิศวกรหวังยังคงขมวดคิ้ว กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกคำพูดถัดมาของบรรณาธิการหลิวตัดบทเสียก่อน
“ถึงอย่างไรเขาก็เพิ่งขึ้นปีหนึ่ง” บรรณาธิการหลิวยกนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว แกว่งเบา ๆ น้ำเสียงเรียบเรื่อยแต่หนักแน่น “อายุยังไม่ถึง 20 เลยนะ”
“อะไรนะ?” วิศวกรหวังหันขวับ แววตาหลังเลนส์แว่นเบิกกว้างขึ้นทันที ก่อนเอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “ไอ้หนุ่มนี่...อายุน้อยขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“แน่นอนสิ” บรรณาธิการหลิวเอนหลัง ประสานมือวางไว้ตรงหน้าท้อง สายตาหันไปทางประตูอีกครั้ง แววตาร้อนแรงและเปี่ยมความคาดหวัง ราวกับนายพรานที่พบต้นกล้าชั้นดี “บางทีในอนาคต หมอนี่อาจเป็นนักเขียนระดับเทพคนต่อไปของบริษัทเราก็ได้ ไม่อย่างนั้นคิดว่าไงล่ะ?”
ในวงการนักเขียนนิยายออนไลน์ นักเขียนที่เซ็นสัญญากับสำนักพิมพ์เพิ่งจะถือว่าได้ก้าวเข้าวงการเท่านั้น จากนั้นยังมีนักเขียนแถวหน้า และนักเขียนที่สร้างแบรนด์ส่วนตัวระดับแนวหน้าที่สุด ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นนักเขียนระดับเทพ
“พี่หลิว มั่นใจในตัวเขาขนาดนั้นเลยเหรอ?”
วิศวกรหวังขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาฉายความคลางแคลง เห็นได้ชัดว่าไม่ค่อยเชื่อนัก
“หึ ๆ ใครจะไปรู้เรื่องอนาคตได้ล่ะ?”
