“เฮ้ ทุกคนอย่าพูดมั่วสิ เรื่องนี้ยังไม่แน่นอนสักหน่อย”
บนใบหน้าเจียงเฉินมีรอยยิ้มแต้มอยู่เต็มไปหมด แต่ดูเหมือนไม่อยากยอมรับ เขาจึงปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“โธ่ พี่เฉินถ่อมตัวไปแล้ว อาจารย์ที่ปรึกษายืนยันแล้วนี่ ไม่ใช่นายแล้วจะเป็นใครล่ะ?”
“ใช่เลย พอประชุมพรุ่งนี้เช้าเสร็จ ก็ได้ข้อสรุปแล้วไม่ใช่เหรอ”
คำพูดนั้นทำให้เฉินเลี่ยงนึกถึงเรื่องที่พี่เส้าพูดเมื่อคืนก่อนขึ้นมาได้ เรื่องคะแนนความประพฤติที่จะได้เพิ่ม ดูเหมือนตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ที่ปรึกษาจะได้คะแนนมากกว่าหัวหน้าห้องเสียอีกหนึ่งระดับ
“ผู้ช่วยอาจารย์ที่ปรึกษา เจียงเฉิน นายเจ๋งไปเลย”
ก่อนหน้านี้เฉินเลี่ยงคิดว่าเจียงเฉินจะลงสมัครเป็นกรรมการห้อง แต่ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะได้เป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่ปรึกษาไปเลย ทำเอาเขาแปลกใจอยู่ไม่น้อย
เฉินเลี่ยงกวาดตามองคนที่อยู่ตรงนั้นอย่างแนบเนียน แล้วพบว่าคนส่วนใหญ่ทั้งตกใจทั้งดีใจ ที่ตกใจก็เพราะเพิ่งรู้ว่ามีตำแหน่งผู้ช่วยอาจารย์ที่ปรึกษาด้วย ส่วนที่ดีใจก็เพราะคนคนนั้นอยู่ห้องเก้า
แต่มีอยู่คนเดียวที่แสดงสีหน้าเสียดายปนริษยา
คนนั้นคือจ้าวคุน เพื่อนร่วมห้องสามศูนย์สี่ที่อยู่หอเดียวกับเฉินเลี่ยง
“หรือว่าเขาก็อยากเป็นผู้ช่วยอาจารย์ที่ปรึกษาเหมือนกัน? ทำไปเพื่อเพิ่มคะแนนตอนคัดแยกเหมือนกันหรือเปล่า?”
ในหอพักมีคนทยอยเข้ามากันเป็นสิบคน เฉินเลี่ยงกับเพื่อน ๆ จึงจำต้องนั่งอยู่บนเตียงของตัวเอง
ทุกคนเพิ่งรู้จักกันเป็นวันแรก บรรยากาศเลยคึกคักและตื่นเต้นมาก แต่ไม่มีใครเริ่มพูดถึงเรื่องการคัดแยกในอีกหนึ่งปีข้างหน้า
เฉินเลี่ยงเอนตัวพิงโครงเตียง พลางกวาดตามองคนด้านล่างโดยไม่รู้ตัว ฟังจากสำเนียงแล้ว คนส่วนใหญ่เป็นคนนอกเมือง มีเพียงไม่กี่คนที่เป็นคนไห่เฉิง
จากบทสนทนาของทุกคน ดูเหมือนหลายคนจะถูกจัดสรรให้มาเรียนสาขานี้
ตอนแรกเฉินเลี่ยงอยากทำความเข้าใจเรื่องสาขาวิชาให้มากกว่านี้ แต่หัวข้อสนทนาเปลี่ยนเร็วมาก กลุ่มนักศึกษาใหม่ที่เพิ่งเข้ามหาวิทยาลัยตรงหน้า ตอนนี้ดูเหมือนอยากใช้ชีวิตวัยรุ่นให้เต็มที่มากกว่า
เล่นเกม อ่านนิยาย เที่ยว ตีบอล จีบกัน แต่ไม่คุยเรื่องเรียนเลย
เฉินเลี่ยงเริ่มเบื่อ จึงกดเข้าเว็บไซต์นิยายสามเสือดาวอย่างคล่องมือ
