แสงสีขาวจาง ๆ เริ่มปรากฏตรงขอบฟ้า
ลมทะเลหอบความชื้นเย็นยามเช้าพัดผ่านท้ายหมู่บ้านของหน่วยผลิตหงซิง
โครงบ้านใหม่ห้าหลังตั้งขึ้นด้านหลังบ้านหินแล้ว
หวังต้าจู้ หวังซั่วจู้ และชายฉกรรจ์อีกสิบกว่าคนถอดเสื้อ เงื่อไหลลงมาตามแนวกล้ามเนื้อ
เพียงคืนเดียวก็วางรากฐานเสร็จ แถมยังก่ออิฐเขียวขึ้นมาสูงครึ่งตัวคน
ตามแบบ “ป้อมปราการ” ที่ซูอวิ๋นเยี่ยวาดไว้ มุมกำแพงมีช่องลับ ส่วนใต้ฐานรากก็ปูเศษกระจกเอาไว้
ผนังด้านนอกฉาบด้วยโคลนเหลืองหนา ๆ แล้วเอาฟางมาปิดทับอย่างลวก ๆ อีกชั้น
มองจากระยะไกล ที่นี่ยังคงดูเหมือนลานบ้านซอมซ่อที่พร้อมจะมีลมลอดหรือหลังคาถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ
“เอาละ เลิกงานได้”
หวังเถี่ยจวินเคาะกล้องยาสูบเบา ๆ แล้วลดเสียงลง “ทุกคนจำที่คุยกันเมื่อคืนไว้ให้ดี อย่าให้เรื่องรั่วออกไป ช่วงสองสามวันนี้ฉันจะพยายามไม่ให้คนอื่นแวะมาทางนี้”
“หัวหน้าวางใจได้”
หวังซั่วจู้ปาดเหงื่อ พลางเหลือบมองซูเนี่ยนเซิงที่ยืนอยู่ใต้ชายคา แววตาเต็มไปด้วยความซาบซึ้ง
ซูเนี่ยนเซิงไม่เพียงช่วยสือโถวลูกชายของเขาไว้ ยังรักษาโรคให้เขาจนหาย ส่วนภรรยาที่สุขภาพไม่ดีก็ได้กินยาของซูเนี่ยนเซิง เพียงไม่กี่วันก็เหมือนได้เป็นคนใหม่ กระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก
ซูเนี่ยนเซิงเป็นเหมือนพระโพธิสัตว์ผู้ช่วยชีวิตครอบครัวของพวกเขา
ชายฉกรรจ์คนอื่น ๆ ต่างก็มองซูเนี่ยนเซิงด้วยความเคารพเต็มเปี่ยม
ภาพยาผงเมื่อคืนที่สังหารงูจงอางได้ในพริบตา ยังคงประทับอยู่ในหัวของพวกเขาอย่างชัดเจน
ในถิ่นที่ผู้คนพึ่งพาภูเขาและทะเลเพื่อดำรงชีวิต ยาผงนี้ก็ไม่ต่างจากการมีชีวิตเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชีวิต