เยว่เฟยหงยืนอยู่บนเนินเขานอกตำหนักจักรพรรดิอสูร
เขาตามหาสามวัน สามวันเต็ม ๆ ในที่สุดก็เจอลูกพี่ลูกน้องของตน
ถ้าไม่ใช่เพราะก่อนหน้านี้ตอนเยว่ชิงหานข้ามเคราะห์แล้วปลดปล่อยกลิ่นอายออกมา เขาคงไม่รู้ว่าแท้จริงนางอยู่ในโลกมาร อยู่ในรังของพวกผู้บำเพ็ญมาร
เขานึกถึงข่าวลือที่ได้ยินในเขตแดนของผู้บำเพ็ญอันชอบธรรมช่วงนี้
พวกผู้บำเพ็ญมารกินคนไม่คายกระดูก เอาคนไปหลอมเป็นหุ่นเชิด ใช้วิญญาณของคนเป็น ๆ มาบวงสรวยหลอมสมบัติเวท โยนคนเป็น ๆ ลงหลุมหมื่นมารถวายอสูร
แต่ละข่าวลือพิลึกพิลั่นกว่าข่าวก่อน แต่ละรายละเอียดน่าขยะแขยงกว่าข่าวก่อน
เขายิ่งคิดก็ยิ่งกลัว ลูกพี่ลูกน้องเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว ตกอยู่ในเงื้อมมือพวกจอมมารสามวัน ไม่รู้ว่าจะต้องทนทุกข์มากแค่ไหน
เขาไม่กล้าคิด แต่ก็ห้ามใจไม่ให้คิดไม่ได้
เขาสูดหายใจลึกเฮือกหนึ่ง สลัดความคิดพวกนั้นออกจากหัว
จากนั้นล้วงของชิ้นหนึ่งออกมาจากอกเสื้อ—กระต่ายหยกตัวหนึ่ง
ตัวเล็ก ขนาดฝ่ามือตัวหนึ่ง ทั้งตัวขาวสะอาด เปล่งแสงจันทร์สลัว ๆ
นี่คือสัญลักษณ์แทนตัวของเจ้าบ้านตระกูลเทพจันทรา เป็นของแทนตัวของบิดาผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าบ้านตระกูลเทพจันทราในปัจจุบัน
เล่าลือกันว่าของแทนตัวชิ้นนี้สามารถเรียกบรรพบุรุษระดับขั้นข้ามเคราะห์ขั้นสูงของตระกูลตนให้มาปรากฏกายได้หนึ่งนาที
หนึ่งนาที ก็เพียงพอให้บรรพบุรุษขั้นข้ามเคราะห์ขั้นสูงกวาดล้างทุกสิ่งแล้ว
ก่อนออกเดินทาง เขาลักลอบนำของแทนตัวชิ้นนี้ติดตัวมา
ตอนแรกเขาไม่อยากใช้ รู้สึกว่ากำลังขั้นฮว่าฝานขั้นสูงสุดของตน บวกกับฐานะตระกูลเทพจันทรา ก็น่าจะเพียงพอแล้ว
ปรากฏว่าโลกตรงหน้าไม่เคยเกี่ยวข้องกับโลกภายนอก ใครจะสนใจฐานะอะไรของเจ้า ตรงนี้ ฐานะตระกูลเทพจันทราไม่มีประโยชน์ ผู้บำเพ็ญที่นี่ดูกันที่ระดับฝึกปรือเท่านั้น
