เวินลิ่งเจารู้สึกว่าตัวเองไม่ควรถูกตี ถึงเธอจะเป็นฝ่ายทำผิดก็เถอะ แต่ตอนนี้เขาตีเธอแล้ว เขาเองก็ผิดเหมือนกัน
ทั้งคู่ต่างก็ทำผิด แบบนี้ก็ถือว่าหายกัน
เธอเริ่มร้องไห้ โฮลั่นอย่างไม่พอใจ
“เวินหนิวหนิว ยังกล้าร้องไห้อีกเหรอ?”
เสียงร้องไห้ที่จงใจขัดขืนราวกับเติมเชื้อไฟ ทำให้ความโกรธในใจเผยเย่าทวีขึ้นกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้เธอทั้งว่าง่าย ทั้งเชื่อฟังแท้ ๆ วันนี้แค่ออกไปเจอผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นแวบเดียว ก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน
ต่อไปจะคิดกำเริบเสิบสานอีกหรือไง?
หรือคิดจะตามผู้ชายคนอื่นไปด้วย?
ก้นของเธอถูกตีอีกครั้ง
ตอนแรกเวินลิ่งเจาแค่แกล้งร้องไห้ จงใจโวยวายเสียงดัง แต่พอถูกตีอีกที คราวนี้ความน้อยใจก็ผุดขึ้นมาในใจ อดเสียใจจริง ๆ ไม่ได้
เอาแต่ตีเธอ ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย
เสียงร้องไห้เปลี่ยนเป็นสะอื้นเบา ๆ เวินลิ่งเจาทั้งน้อยใจทั้งเสียใจ ราวกับดอกไม้ดอกน้อยที่ถูกสายฝนซัดจนเปียกปอน
“ฮือ ๆ ๆ...”
ไม่ใช่แค่หัวใจของเธอที่เปียกชุ่มไปด้วยสายฝน บรรยากาศทั่วทั้งห้องยังหม่นหมองตามไปด้วย ราวกับฝนพรำยาวนานจนแม้แต่อากาศก็ชื้นแฉะ
เผยเย่าพยายามข่มอารมณ์อย่างเต็มที่ แต่พอนึกถึงผู้ชายแสนน่ารังเกียจที่อยู่ข้างนอก กับท่าทีชวนโมโหของเวินลิ่งเจา เขาก็ห้ามไฟโทสะในใจไว้ไม่อยู่
ถ้าวันนี้ไม่สั่งสอนเธอให้จำ คราวหน้ามีหวังหนีหายไปไม่เหลือร่องรอย
ทั้งคู่ต่างก็ดื้อดึง คนหนึ่งยืนกรานจะร้องไห้ อีกคนก็ไม่ยอมปลอบ
บรรยากาศตึงเครียดอยู่นาน จนกระทั่งเสียงเคาะประตูดังขึ้น จึงทำลายความเงียบงันในห้อง
“คุณเผยครับ เค้กที่คุณสั่งมาถึงแล้วครับ”
เมื่อคืนเวินลิ่งเจาแค่พูดลอย ๆ ว่าอยากกินเค้กฉลองวันเกิด
ถึงวันเกิดของเธอจะยังอีกหลายวัน แต่เผยเย่าบอกว่าอยากกินอะไรก็ได้กินทั้งนั้น ต่อให้ยังไม่ถึงวันเกิดก็ฉลองได้
