“วันนี้แขกที่โรงแรมค่อนข้างเยอะ โต๊ะก็มีไม่พออยู่แล้ว คุณนั่งคนเดียวแบบนี้ไม่เปลืองไปหน่อยหรือ” หมาป่าดำเอ่ยเย้า
เจียงเฮ่ามองพี่น้องร่วมรบในอดีตที่อยู่ตรงหน้า แม้จะมีคำพูดมากมายอยากบอกพวกเขา แต่เพื่อไม่ให้เปิดเผยตัวตน เขาจึงเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรมาก
“เพื่อน นายมาจากประเทศไหน ทำไมถึงมามานา มาทำอะไรที่นี่” หมาป่าดำจ้องมองเจียงเฮ่าด้วยรอยยิ้ม
หมาป่าม่วงที่อยู่ข้าง ๆ จ้องมองเจียงเฮ่าตลอด ราวกับกำลังมองหาเบาะแสบางอย่างบนใบหน้าของเขา แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พูดอะไรสักคำ
หมาป่าเดียวดายก้มหน้ากินข้าวอย่างรวดเร็ว แต่ความสนใจของเขาจับจ้องอยู่ที่เจียงเฮ่าตลอดเวลา
“ผมเป็นคนหัวเซี่ย ที่มาดีเอ้อคราวนี้ก็เหมือนกับคนส่วนใหญ่ คือมาประมูลเหมืองทอง” เจียงเฮ่าพูดอย่างเนิบนาบด้วยรอยยิ้ม
“แค่ตัวคนเดียวก็กล้าจากหัวเซี่ยมาประมูลเหมืองทองในแอฟริกางั้นหรือ” หมาป่าดำเหมือนกำลังยิ้ม แต่ในรอยยิ้มกลับแฝงความเคลื่อนแคลงอย่างแรง “คุณไม่รู้หรอกหรือ ว่ามานาเกิดสงครามกลางเมืองมาหลายปี ความปลอดภัยก็แย่มาก มาขนทองที่นี่ อาจถึงขั้นสังเวยชีวิตได้”
เจียงเฮ่าส่ายหน้าพลางถอนหายใจ “แต่ตอนนี้เศรษฐกิจในประเทศแผ่วลง การแข่งขันทางตลาดก็ดุเดือด ธุรกิจทำยากนะครับ ก่อนมามานา ผมก็หาข้อมูลมาก่อนแล้ว เตรียมใจไว้แล้ว บ้านเรามีสุภาษิตหัวเซี่ยบอกว่า ทรัพย์อยู่ในภยันตราย ถ้ำเสือไม่เข้า จะได้ลูกเสือมาอย่างไร”
“ผมเป็นคนไทย พูดกันตามตรง เราก็นับเป็นเพื่อนบ้านกัน ในฐานะเพื่อนบ้าน ผมเตือนคุณสักประโยค มานาเป็นแหล่งอโคจร มาจากไหน ก็กลับไปที่นั่นเถอะ” หมาป่าดำทำหน้าจริงจัง
