“เฮ้ยๆๆ! เฒ่าเต่า เห็นฉันแล้วไม่ต้องตื่นเต้นขนาดนี้ก็ได้!”
จูเก๋อเหิงเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง
ทุกคนมองไปถึงได้รู้
ว่าเท้าทั้งสองของเขาลอยจากพื้น
ยืนอยู่กลางอากาศ
ขณะที่เขาเดินไปข้างหน้า
ใต้เท้าก็เหมือนมีขั้นบันไดโปร่งใสปรากฏขึ้น
เมื่อเขาเดินลงมาตามขั้นบันได
น้ำที่ล้นท่วมพื้นก็แยกออกเป็นสองด้านทันที
จูเก๋อเหิงยืนอยู่บนพื้นแห้ง
เห็นชายชราตื่นตระหนก
พวกเพื่อนร่วมชั้นของฉินจวิ้นหาวก็พากันงุนงงไปหมด
นึกขึ้นได้ว่าไอ้หัวขาวคนนี้เคยมาปรากฏตัวที่โรงเรียนมาก่อน
ตอนนั้นก็ไม่เห็นหัวผู้ใด
ทุกคนรู้ว่าหมอนี่มันเก่งกาจ
แต่ไม่คิดว่าจะเก่งกาจถึงขั้นน่าสะพรึงกลัวเช่นนี้
ขนาดผู้แข็งแกร่งระดับสิบยังทำตัวลนลานแตกตื่นได้ถึงเพียงนี้
แต่ไม่นาน
ฉินจวิ้นหาวกับพวกก็ตระหนักถึงอีกปัญหาหนึ่งทันที
ทำไมฟางซินถึงเรียกคนจากกองเก้าออกมาได้
หรือว่า...
ฉินจวิ้นหาวและพวกก็คิดถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่งขึ้นมาทันที
มองฟางซินอย่างเหลือเชื่อ
ฟางซินถูกกองเก้ารับสมัครเข้าไปแล้วงั้นหรือ?
กองเก้านั่นมันเป็นที่ที่แกร่งที่สุดของสำนักโล่เทียนนะ
ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นห้องสัตว์ประหลาดเลยนะ!
ความหยิ่งผยองของฉินจวิ้นหาวถูกทลายลงอย่างหมดสิ้นในชั่วขณะนี้
สภาพจิตใจก็พังทลายตามไปด้วย
สวี่เสี่ยวเฉียงหมาขี้ประจบเจ้าของก็พังด้วยเช่นกัน
เขาไม่เคยคิดเลยว่าฟางซินจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองเก้าได้
เพี๊ยะ!
จูเก๋อเหิงแบมือฟาดลงบนท้ายทอยของฟางซินฉาดหนึ่ง
หัวฟางซินกระแทกไปข้างหน้าจากแรงตบ
“แม่ง! หลอกใช้ฉันฟรีๆ! เอ็งนี่แหละเจ้าแรก!”
ถึงจะบอกว่าตบไปทีหนึ่ง
แต่ก็ไม่ได้มีความหมายตำหนิอะไรเลย
กลับดูเหมือนเป็นการหยอกล้อกันระหว่างเพื่อนที่สนิทกันมากกว่า
“คุณชายจูเก๋อ!” หัวหน้ากลุ่มเซิ่งหันกลับมา พอเห็นจูเก๋อเหิงก็อดถอนใจโล่งอกไม่ได้ ราวกับว่าพอจูเก๋อเหิงปรากฏตัว ก็รู้ทันทีว่าวิกฤตที่นี่วันนี้คลี่คลายแล้ว สถานการณ์ก็เข้าที่เข้าทางแล้ว
จูเก๋อเหิงเอามือล้วงกระเป๋า เดินช้าๆ มาถึงข้างหัวหน้ากลุ่มเซิ่ง
