ไป๋โจ้วถึงแม้จะเป็นชายแท้ แต่ก็เป็นคุณชายที่ดื่มด่ำอบายมุขและผ่านโลกมามาก คำว่าเล่นเสียหายแค่เอ่ยขึ้น สมองก็นึกภาพขึ้นมาทันที
ขัง ทรมานด้วยเก้าอี้ไฟฟ้า เฆี่ยนด้วยแส้ ไม่ปลอบไม่หยุด
แผ่นหลังของเขาผุดเหงื่อบางๆ ขึ้นมา ร่องคอด้านหลังรู้สึกร้อนผ่าวขึ้นอีกนิด "คุณรำคาญผมไม่ใช่หรือ ไม่รู้สึกขยะแขยงบ้างรึไง"
ผู้ชายสองคน จะเอากันยังไง
เฉินอั้นเฉาขู่เขา "ก็รำคาญน่ะสิ แต่ลองคิดดูดีๆ ไปหาโอเมก้าคนอื่นก็ยุ่งยากเหมือนกัน"
ไอ้ชาตินิสัยทรามเสเพลสำส่อน โจ๊กขาวน้อยนั่นตาไม่ดีหรือไง ชอบคนพรรค์นี้ขึ้นมาได้
ไป๋โจ้วชำเลืองมองออกนอกหน้าต่าง รถเร็วมาก กระโดดหน้าต่างหนีก็คงได้ครึ่งท่อนพิการ
"คิดจะหนี? ไม่ใช่ว่าคืนนี้จะนอนใต้ผ้าห่มเดียวกับฉันรึไง" เฉินอั้นเฉาหยิบจดหมายรักฉบับโจ๋งครึ่มนั่นออกมาอีกครั้ง
พยานหลักฐานชัดเจน ไป๋โจ้วหลับตานิ่ง ร่างกายเป็นแต่ใจเหมือนตาย
ดีหน่อยที่แต่ก่อนถูกพ่อแท้ๆ บังคับให้เรียนศิลปะการต่อสู้มาแปดปี ถ้าอีกฝ่ายจะเอาแรงจริงๆ ก็น่าจะสู้ไหว
"ถ้าขังผม มีข้าวให้กินไหม" เขาจู่ๆ ก็ถามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เงินในกระเป๋ามีแค่สองหยวน ที่บ้านคงจนแตกร้าวไม่มีข้าวจะหุง สู้เกาะเขากินฟรีสักมื้อค่อยหนีดีกว่า
เฉินอั้นเฉาชำเลืองมองเขา "กินสิ ถ้าเกิดเป็นลมจะทำไง"
ไป๋โจ้วกล้าได้กล้าเสีย "..........ผมเอารังนกเลือด ครีบปลาสวรรค์เก้า ไข่ปลาสเตอร์เจียนเผือก เนื้อโกเบ และหอยตลับอีกห้าตัว ขอบคุณครับ"
"ไอ้เด็กจนนี่กินเป็นเหมือนกันนี่" เฉินอั้นเฉามองเขาอย่างใช้ความคิด ก่อนจะเอาเนกไทบนชุดเครื่องแบบพันข้อมือเขาไว้กับตัวเอง "คงไม่ได้คิดกินแล้วเผ่นสินะ"
ถูกจับไต๋ได้ ไป๋โจ้วจึงได้แต่ "........."
รถแล่นเข้าสวนของคฤหาสน์ทางตะวันตกของเมือง จอดที่หน้าประตูใหญ่ เฉินอั้นเฉาลงจากรถ แล้วลากจูงคนเข้าไปในประตู ขังไว้สักสองสามวัน ต่อไปคงไม่กล้ารบกวนตัวเองอีก
"รอตั้งนาน ทำไมเพิ่งมา" ในห้องนั่งเล่นมีชายหนุ่มอีกคนนั่งเอนกายกินผลไม้สบายอารมณ์อยู่ เงยหน้าขึ้น "นี่มันอะไรกัน เด็กโรคจิตที่ตามตื้อนายไม่ใช่รึไง"
เฉินอั้นเฉาตอบอืม แล้วหันไปขู่ "กินอิ่มแล้วก็มาเล่นกับพวกเราด้วย"
สีหน้าไป๋โจ้วปริแตกนิดๆ "สามคน เล่นอะไร"
ฉือเฉิงบนโซฟาสบตากัน เข้าใจเจตนารมณ์ดี ก็เล่นตามน้ำอยู่ข้างๆ แล้วพูดยิ้มๆ "ก็ต้องเล่นเกมตื่นเต้นที่ผู้ใหญ่เขาเล่นกันสิ เด็กน้อย นายบรรลุนิติภาวะแล้วใช่ไหม"
"บรรลุแล้ว..." ไป๋โจ้วหมุนข้อมือแต่ดึงไม่ออก มีความระแวงเหมือนตกเข้าสู่รังหมาป่า "ไม่กินแล้ว ผมจะกลับบ้าน"
ตอนนี้ถึงรู้จักกลัวแล้ว แต่ยังไม่พอ
มุมปากเฉินอั้นเฉาโค้งขึ้นนิดๆ ข่มขู่ต่อเนื่อง "ฉื้อเซียวก็กลับมาแล้ว เรียกเขามาด้วย คนยิ่งเยอะยิ่งสนุก"
ฉือเฉิงพยักหน้า ทำท่าจะส่งข้อความ "ได้ เดี๋ยวฉันบอกให้เขามาภายในห้านาที เรื่องสนุกขนาดนี้ ต่อให้นั่งยานอวกาศก็ต้องมา"
ยังมีคนอื่นอีก? นี่มันซ่องโสเภณีอะไรกัน
ไป๋โจ้วแต่ก่อนก็เป็นคุณชายลูกคนรวย คนรอบข้างที่เล่นเสเพลก็ไม่น้อย ตอนนี้เขารู้สึกจริงๆ ว่าอีกฝ่ายคิดจะถือโอกาสช่วงติดสัดเล่นตนให้พังพินาศ ช่างเดนมนุษย์ชัดๆ
"อย่าเรียก ผมไม่ไหว" ไป๋โจ้วก้มหน้างัดเนกไทที่ข้อมือ เหมือนถูกมัดเป็นปมตาย ยิ่งดึงยิ่งแน่น "เพื่อนเฉิน เมื่อก่อนเป็นผมที่ล่วงเกิน ต่อไปนี้จะไม่ตามรบกวนคุณอีกแล้วจริงๆ ปล่อยผมไปเถอะ"
เฉินอั้นเฉาเลิกคิ้วนิดๆ จับโป๊ะ "ตอนเพิ่งแอบทำสร้อยข้อมือฉันเมื่อกี้ไม่เห็นเป็นแบบนั้นเลย"
ไป๋โจ้ว ".........."
ฉือเฉิงทำสีหน้าดูเรื่องสนุก "โอเมก้าช่างรุกเร้าจริงๆ ร้อนรุ่มจะพุ่งเข้าใส่ขนาดนี้ ไม่ถูกฟีโรโมนสุดยอดเยี่ยมของคุณชายเฉินของพวกเราทำให้ละลายเป็นแอ่งน้ำเลยรึไง"
ไป๋โจ้วคิดจะยกมือปาดเหงื่อที่ผุดซึมบนหน้าผาก แต่กลับดึงข้อมืออีกฝ่ายขึ้นมาด้วย สบตากันสี่ตา ฝ่ายหนึ่งใจเย็นสบาย ฝ่ายหนึ่งฝืนทำใจดีสู้เสือ
"ฉันก็สงสัยเหมือนกัน กลิ่นเข้มข้นขนาดนั้น ทำไมนายไม่มีปฏิกิริยาอะไร" เฉินอั้นเฉาฉวยโอกาสที่ถูกยกขึ้นมา เอาหลังมือสัมผัสแก้มเขาเบาๆ "นายเป็นโอเมก้า นี่ไม่ปกติ"
ถูกสัมผัสด้วยมือที่ร้อนดั่งไฟนั่น ไป๋โจ้วก็รู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวอย่างขัดเขิน
เขาขยับริมฝีปาก ประตูใหญ่ถูกดึงเปิดอีกครั้ง มีคนเข็นรถเสิร์ฟอาหารเข้ามา เต็มไปด้วยรายการอาหารที่เขาเพิ่งสั่งไป วางเต็มโต๊ะ
"อาจจะ... เพราะร่างกายพิเศษ" ไป๋โจ้วชำเลืองหางตาไปที่โต๊ะอาหาร คิดในใจว่าคงหนีไปไหนไม่ได้สักพัก เบี่ยงประเด็น "ผมหิวแล้ว กินข้าวก่อน ปลดให้ผมที"
เฉินอั้นเฉาชำเลืองมองเขาเขา มือซ้ายขยับนิดหน่อย ปลดปมตายนั่นออก มองอีกฝ่ายทำสีหน้าเหมือนเดินไปสู่ความตาย เดินไปนั่งลง รู้สึกน่าขำหน่อยๆ
โดนขู่จนกลัวขนาดนี้แล้วก็ไม่เห็นจะยอมอดข้าว ต้องชมเขาว่าใจกว้างดีไหมนะ
สามคนนั่งลงที่โต๊ะอาหาร มีแต่ไป๋โจ้วที่กินอย่างตะกรุมตะกราม หิวจริงๆ ด้วย ระหว่างหยุดพักถึงเอ่ยปาก "ผมทำสัญญาสามข้อกับคุณได้"
"ว่ามาสิ" เฉินอั้นเฉาหยุดส้อม
"ผมจะไม่รบกวนคุณ ไม่ตามตื้อคุณ ไม่เข้าใกล้คุณอีก คุณปล่อยผมไป" ไป๋โจ้วครุ่นคิดแล้วเสริม "ถ้าผิดสัญญา คุณจะจัดการยังไงก็ได้ตามใจ ผมไม่ขัดขืน"
ม่านตาของเขาสีค่อนข้างอ่อน มีประกายเทาเล็กน้อย มองดูแล้วดูเศร้าอย่างประหลาด เฉินอั้นเฉามองแล้วรู้สึกใจอ่อนอย่างไม่มีสาเหตุ ทั้งที่ตัวเองเป็นฝ่ายถูกรบกวนก่อนแท้ๆ
เงียบงันเนิ่นนาน ในใจไป๋โจ้วเต้นระรัวอย่างวิตกกังวล แล้วก็ได้ยินอีกฝ่ายเปรยขึ้นมาอย่างเมตตา "ก็ได้"
ราวกับยกภูเขาออกจากอก คนผู้นี้ยังพอมีจิตใจดีอยู่บ้าง
ฉือเฉิงเท้าคาง เอ่ยเนิบนาบ "หมดเรื่องสนุกดูแล้ว นึกว่าจะได้ดูตอนเด็ดๆ โอเมก้าขี้อ้อนเอ่ยปากขอชีวิตทั้งน้ำตาซะอีก"
เฉินอั้นเฉาชำเลืองมองเขา เตือนอีกฝ่ายให้รู้จักพอ "งั้นตกลงตามนี้ ฉันจะให้นายโอกาสสุดท้าย"
ไป๋โจ้วรีบพยักหน้ารัว กลัวอีกฝ่ายไม่เชื่อ ถึงกับชูสามนิ้วสาบาน "ผมรับประกัน จะเซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรก็ได้"
"ผมไปเอาปากกากระดาษให้" ฉือเฉิงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ขึ้นไปชั้นบนในห้องหนังสือหยิบปากกากระดาษลงมา จ้องให้อีกฝ่ายเขียนหนังสือรับประกัน
ตลอดเวลาเฉินอั้นเฉาไม่ได้พูดอะไรเกินจำเป็นอีก เหมือนข้อตกลงนี้ไม่เกี่ยวกับตน ช่วงติดสัดทำให้เขาอึดอัดไม่สบายตัว เรื่องวุ่นวายของวันนี้ก็ควรถึงเวลาเลิกได้แล้ว
ไป๋โจ้วลุกขึ้น วางกระดาษที่ประทับลายนิ้วมือลงตรงหน้าเขา "ผมกินอิ่มแล้ว ขอบคุณที่เลี้ยง"
เฉินอั้นเฉาเงยหน้ามองเขา ตอนไม่ก่อกวน ก็ดูว่านอนสอนง่ายดีเหมือนกัน
เห็นอีกฝ่ายไม่ขยับ จึงเลิกคิ้วนิดๆ "ยังไม่ไปอีก คิดจะโดนเล่นให้ตายจริงๆ รึไง"
ใบหน้าไป๋โจ้วขึ้นสีระเรื่อนิดหน่อย ลังเลอยู่ครู่หนึ่งถึงพูดออกไป "ช่วยบอกหน่อยว่าบ้านผมอยู่ไหน เมื่อวานผมหัวถูกกระแทก จำความได้เลอะเลือนนิดหน่อย"
ฟังดูยังไงก็เหมือนมั่วขึ้นมา แต่เขาเพิ่งมาอยู่ใหม่ ข้อมูลทุกอย่างว่างเปล่าหมด ต้องค่อยๆ คลำทางไปทีละนิด
"ฉันรู้ สี่หูซีลู่ เลขที่ 19 ห้อง 302" ฉือเฉิงพูดก่อน "ไอ้โรคจิต พูดจริงๆ นะ ถ้าไม่ได้สืบประวัตินายมา ป่านนี้คงสงสัยว่านายเป็นสายสืบที่ศัตรูทางการเมืองตระกูลเฉินส่งมาแล้ว"
ไป๋โจ้วจดที่อยู่ไว้ในใจ "ไม่ถึงขั้นนั้นหรอกครับ ผมก็แค่นักเรียนธรรมดาคนนึง ถือซะว่าเมื่อก่อนผมเสียสติไปแล้วก็แล้วกัน ขอโทษที่รบกวน"
เฉินอั้นเฉาเย้ยขึ้น "ในตัวมีแค่สองหยวน จะไม่เดินกลับบ้านรึไง"
ไป๋โจ้ว .
ไป๋โจ้วพูดลองเชิง "งั้นคุณให้ผมยืมสักร้อยนึงได้ไหม"
เฉินอั้นเฉาเก็บหนังสือรับประกันนั่นขึ้นมา พูดช้าๆ เนิบๆ "ฉันดูเป็นคนดีขนาดนั้นเลยรึไง"
"ก็....ดีไม่เบาเลยนะครับ ไม่งั้นผม....เมื่อก่อนจะหลงใหลคุณได้ยังไงล่ะ" ไป๋โจ้วอดทนต่อความคลื่นไส้ พูดตอแหลหน้าตาย "คุณก็ถือซะว่าช่วยเหลือคนอื่นให้มีความสุข ทำเรื่องสาธารณกุศล"
เฉินอั้นเฉาโอนให้เขาหนึ่งพัน "ไม่ต้องคืนแล้ว"
ถึงแม้ว่าวิธีนี้จะเหมือนกับโยนเงินให้ขอทานมากๆ แต่ไป๋โจ้วก็ใจกว้างพอดู "ขอบคุณนะครับ ผมรับประกันอีกครั้ง ต่อไปจะอยู่ห่างจากคุณสามเมตรอย่างแน่นอน คืนความสงบและสันติให้กับคุณ"
เขาเปิดหน้ากรอบสนทนา 【สามีสุดที่รักสุดหัวใจ】 ยังไม่ทันแตะรับเงิน มือถือก็เด้งข้อความใหม่ขึ้นมา
【。】: คำสั่งของสัปดาห์นี้ ให้เฉินอั้นเฉาทำสัญลักษณ์กับนาย
【。】: เขาอยู่ในช่วงติดสัด น่าจะยั่วยวนง่ายมาก รอติดตามผลงานจากนายนะ :)