ยั่วอะไรกันนักหนา ไอ้พวกตุ๊ด
วินาทีที่ถูกเขาแตะต้อง อุณหภูมิที่สูงกว่าปกติแผ่ซ่านราวกับถูกเผา ไป๋โจ้วดีดตัวลุกพรวด ราวกับถูกไฟฟ้าช็อต
ให้ผู้ชายมาแตะเนื้อต้องตัว มันต่างอะไรกับฟ้าผ่า เขาแปดเปื้อนแล้ว!
“คุณเฉิน อย่าจับมั่วซั่ว รักษามารยาทหน่อย” ไป๋โจ้วยามือปิดข้างคอไว้พลางบ่น “มือคุณนี่ร้อนยังกับแท่งไฟ แค่จับคอฉันนิดเดียวยังชาไปหมด”
รู้สึกแปลกๆ ที่ท้ายทอยตลอด มีแค่เส้นเลือดเต้นตุบๆ ต้องเป็นผลพวงจากอาการเกลียดเกย์แน่ๆ
เฉินอั้นเฉายิ้มกริ่มมองเขา “เสแสร้งต่อไป แกก็แค่อยากฉวยโอกาสตอนช่วงติดสัด คำนวณเวลามาปีนขึ้นเตียง”
“ช่วงอะไรนะ” ถึงจะฟังไม่เข้าใจ แต่ต้องเป็นคำพูดลามกต่ำๆ อีกแน่
ไป๋โจ้วถือคติใฝ่รู้ไม่กลัวอาย ก้มค้นข้อมูล พอเข้าใจการแบ่งเพศสภาพที่สองของโลก ABO นี้แล้ว ก็สมน้ำหน้า “โอ้ นายกำลังตกมันนี่เอง ฤดูใบไม้ผลิมาเยือน สัตว์ทั้งหลายเข้าสู่ฤดูผสม* จะว่าไง ควบคุมตัวเองไม่ได้จะทำตัวเป็นสัตว์ป่าแล้วรึไง”
คนขับรถด้านหน้าไอสำลักหนักมาก เขาไม่ควรอยู่ในรถ ควรไปอยู่ใต้ท้องรถ
เฉินอั้นเฉาแค่ “จิ๊” ทีหนึ่ง “เมื่อก่อนไม่เห็นปากแกจะเก่งขนาดนี้”
ไป๋โจ้วออกจะลำพองใจ ริมฝีปากงามขยับพ่น “ฉันน่ะ จอมด่าในเกม King 1V9 สถิติโหดๆ ตรวจสอบได้”
เสียดายจัง สถิติไม่ได้พามาด้วย คลิปรวมฮิตตอนโต้วาทีกับฝูงชนยังขึ้นหมวดเกมตลกร้ายด้วยซ้ำ
“King เหรอ ไม่เคยเล่น” เฉินอั้นเฉาพินิจเขาอย่างช้าๆ ก่อนหน้านี้พฤติกรรมของไป๋โจ้วเรียกได้ว่าต่ำทราม แต่เวลาอยู่ต่อหน้ากลับหลบตาตลอด แต่คนตรงหน้านี้กลับเหมือนคุณชายน้อยไม่กลัวฟ้าดิน ดูผิดปกติ
แต่ก็ขี้เกียจหาคำอธิบาย ช่วงติดสัดทำให้เขาอึดอัด อยากรีบส่งคนไปให้พ้นๆ “ไปส่งเขากลับ”
“ถ้ารู้ว่าฉันอยู่ที่ไหนก็น่าจะบอกแต่แรก” ไป๋โจ้วมองเขาอย่างตัดพ้อ “ยังจะสืบเรื่องฉันอีก”
เฉินอั้นเฉาปิดเปลือกตาลง ปิดบทสนทนาตรงๆ “สำหรับโรคจิตที่คุกคามฉัน ไม่มีหน้าที่ต้องแจ้ง”
ไป๋โจ้วเท้าขอบหน้าต่างรถจ้องมองเขา ค่อยๆ เรียบเรียงความคิด สรุปว่าเขาได้สลับร่างกับตัวเขาเองในโลก ABO เป็นโอเมก้าพวกโรคจิตแอบตามแถมจนมากๆ ในกระเป๋ามีแค่สองเหรียญ เสี่ยวโจวไป๋เอ๊ย ทำไมตกอับขนาดนี้
แต่เขาน่ะไม่มีเพศสภาพที่สอง ฟีโรโมนของอัลฟ่ายังมีผลกับเขาอยู่ไหม
ต้องลองดู ถึงจะรู้ว่าเส้นแบ่งความปลอดภัยอยู่ตรงไหน จะได้ป้องกันตัว ไม่ถูกบังคับจนมุม
ไป๋โจ้วลูบท้ายทอยที่เริ่มร้อนๆ ขึ้นมา ถามอย่างกล้าเกินไป “ฉันอ่านเจอว่าแต่ละคนมีฟีโรโมน ไม่รู้ว่าของพวกนายเป็นกลิ่นอะไร ฉันไม่ได้กลิ่นเลย”
เฉินอั้นเฉาคิดในใจ เห็นไหม เริ่มยั่วยวนแบบโง่ๆ อีกแล้ว ยังจะเสแสร้งอีก
ไป๋โจ้วเห็นเขาไม่พูด เลยขยับเข้าไปใกล้แค่นิดเดียว สูดดมเบาๆ “คุณขยับมาหน่อย ให้ฉันดมซักฟอด”
เฉินอั้นเฉาหลุบตามอง เห็นเส้นผมนุ่มฟูบนกระหม่อม เตือนว่า “คุณไป๋ นี่มันการล่วงละเมิดทางเพศนะ”
“ฉันล่วงละเมิดนายมาน้อยซะที่ไหน” ไป๋โจ้วรับบทบาทใหม่ของตนเต็มตัวแล้ว พูดกลับหน้าตาเฉย “อย่าใจแคบสิ”
ปากนี่เก่งจริง
เฉินอั้นเฉาเสียใจที่ใจดีจะไปส่งเขาที่บ้าน “นี่ยังจะกระหยิ่มอีก”
“ฉันน่ะ เกลียดเกย์แบบแมวของชเรอดิงเงอร์ ร้อยละเก้าสิบเก้าอยู่ในสถานะเกลียด” ไป๋โจ้วหยุดไปครู่หนึ่ง มองหนูทดลองตรงหน้าที่คว้าได้ ต้องยืนยันผลให้ชัด จะอ่อนข้อให้ “ไม่ใช่ตอนนี้ อัลฟ่าเจ๋งๆ ต้องหอมมากแน่ๆ”
คนขับฟังแล้วช็อค เหยียบคันเร่งเร็วปรื๋อ กลัวพวกเขาจะจัดกันในรถ
เฉินอั้นเฉาก้มหน้าปรับกำไลข้อมือไปที่ระดับสูงสุด ปิดกั้นกลิ่นทั้งหมด “ผมไม่หลงกลหรอก”
ไป๋โจ้วจิ๊เบาๆ สายตาจ้องไปที่ข้อมือเขา กำลังใช้ความคิด ทันใดนั้นเอง รถเลี้ยวหักศอก ตัวรถเอียง ทั้งร่างของเขาเซถลาเข้าไปในอ้อมแขนคนข้างๆ แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฝ่ามือยังยันบนต้นขาแข็งแรงของเจ้าตัว
สวรรค์ ฉันแปดเปื้อน ฉันแปดเปื้อน ฉันแปดเปื้อนแล้ว ไปแตะตัวเขาเข้าแล้ว กลับไปต้องล้างมือพันรอบ ไป๋โจ้วคิดอย่างสิ้นหวัง
“ขอโทษครับ เมื่อกี้หลบลูกแมว” คนขับเหลือบมองกระจกหลัง สบตากันปั๊บก็รีบนั่งตัวตรง เร่งเครื่องขึ้น
เฉินอั้นเฉาเห็นเขาพุ่งตัวเข้ามาในอ้อมแขน ก็ขมวดคิ้ว “ลุกขึ้น นอนสบายดีไหม”
ไป๋โจ้วถลึงตาใส่ ขณะถอยตัวกลับ ปลายนิ้วกลับพลิ้วปัดปุ่มบนกำไลข้อมืออย่างคล่องแคล่ว ในชั่วพริบตา ฟีโรโมนรุนแรงอบอวลทั่วรถ กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่พัดผ่านนั้นราวกับมีตัวเป็นตน เลียผ่านทุกตารางนิ้วของผิวหนัง
เขาสะดุ้งวาบ ไม่ได้รู้สึกอึดอัดอะไร ออกจะรู้สึกเปี่ยมพลังด้วยซ้ำ เพียงแต่เส้นเลือดที่ท้ายทอยเต้นตุบๆ ราวกับถูกลิ้นร้อนๆ เลียเข้าอย่างดูดดื่ม เต็มไปด้วยความรุกราน
ยิ่งคิดยิ่งแย่ แค่แว่บเดียวว่าการกระทำแบบนี้มาจากเฉินอั้นเฉา ก็รู้สึกราวกับถูกย่ำยี ไป๋โจ้วขมวดคิ้วขอโทษ “ขอโทษที มือลื่น”
กำไลก็ไม่จำเป็นต้องใส่อีกต่อไป เฉินอั้นเฉาเหวี่ยงมันทิ้งข้างหนึ่ง ปล่อยให้ฟีโรโมนแพร่กระจาย
เขาเหลือบมองคนด้านข้างนิดหนึ่ง พูดเสียงเรียบ “ขาก็อ่อนด้วยสินะ เมื่อกี้ฉันพูดแล้วใช่ไหม ว่าถ้ามาคุกคามอีก จะจัดการเธอแล้ว”
ไป๋โจ้วได้คำตอบจากการทดลองแล้ว อัลฟ่าไม่มีผลอะไรกับเขาเลย ยังใจดีช่วยเก็บกำไลมาสวมกลับให้ “บอกแล้วว่ามันคืออุบัติเหตุ ไม่เชื่ออีก”
หน้าก็บึ้งตึงนัก แต่กลิ่นหอมประหลาด หอมกว่าน้ำหอมอีก ไป๋โจ้วประเมินในใจ
บรรยากาศอึมครึมไปชั่วขณะ เงียบสนิท แม้แต่เสียงลมข้างนอกก็ไม่ได้ยิน ไป๋โจ้วกระสับกระส่ายเล็กน้อย
เฉินอั้นเฉาจ้องเขาด้วยแววตาหนักแน่น ในที่สุดก็พูด “ฉันเปลี่ยนใจแล้ว หาที่ซักแห่งขังเธอไว้สักสองสามวันดีไหม”
ตกลงใครกันแน่ที่โรคจิต นี่เป็นข้อเสนอที่คนปกติพูดออกมาได้เหรอ
ไป๋โจ้วผงะถอยหลัง มือกุมขอบเข็มขัดนิรภัย ฝืนยิ้มออกมา “อย่าเลยครับ ผมสาบานเลย พอลงจากรถคันนี้ ต่อไปผมจะอยู่ห่างจากคุณสามเมตรตลอด จริงๆ”
“ความน่าเชื่อถือของเธอในสายตาฉันเป็นศูนย์” เฉินอั้นเฉาพูดเสียงสุ้มถามคนขับ “วิลล่าที่เฉิงหูยังว่างอยู่ใช่ไหม”
“นี่เอาจริงเหรอ!” ไป๋โจ้วเม้มปากแน่น เตือนอย่างเคร่งขรึม “คุณเฉินครับ การกักขังหน่วงเหนี่ยวผิดกฎหมาย ขั้นต่ำสามปี คุณมีสติหน่อยเถอะ”
เฉินอั้นเฉาไม่สะทกสะท้าน ไม่มีทีท่าหวั่นเกรงเลยสักนิด “เธอคุกคามก่อน ฉันป้องกันตัวโดยชอบธรรม แถมเธอก็ชอบนอนบนเตียงฉันนี่ นี่มันการทำความดีนะ”
ไป๋โจ้วแทบคลั่ง เล่นอะไรกัน ทำไมคนอื่นมาก่อกวนสนุกแต่เขาต้องมาเก็บกวาดเศษซาก นี่มันมีกฎหมายอะไรไหมเนี่ย
“ฉันไม่อยากแล้ว ต่อไปไม่มีทางเด็ดขาด ดูสิ ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้คิดลามกอะไรกับคุณเลย ถ้าตั้งใจจริง ป่านนี้คงลวนลามคุณไปทั่วตัวแล้วใช่ไหม ฉันไม่ได้ชอบคุณแล้ว ฟีโรโมนของคุณ ห่วยแตกสุดๆ ไม่เข้าทางฉันเลย”
ทุกครั้งที่ไป๋โจ้วพูดอีกหนึ่งคำ ก็ได้กลิ่นในรถเข้มข้นขึ้นอีกหนึ่งส่วน ราวกับจับต้องได้ เสียดสีตามผิวหนัง ทำให้เขาพลอยร้อนผ่าวไปด้วย
แย่แล้ว พูดผิดไปแล้ว ผลลัพธ์ของการยั่วให้อีกฝ่ายโมโห ไม่กล้าคิดเลย
“งั้นรึ แต่ผมอยู่ในช่วงติดสัดนะ” เฉินอั้นเฉามองออกแล้ว ว่านี่มันก็แค่จอมปากกล้า ในจดหมายรักเขียนคำลามกยาวเหยียด แต่พอลงมือจริงขี้ขลาดกว่าใคร
ไป๋โจ้วฝืนสงบสติ ทำหน้าเหมือนผู้ชายเจ้าชู้ใช้แล้วทิ้ง “แล้ว มันเกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันจะลงรถ”
เฉินอั้นเฉาโน้มตัวลงเล็กน้อย กักขังอีกฝ่ายไว้ที่มุมรถ ใช้น้ำเสียงอ่อนโยนที่สุดเอ่ยคำพูดโรคจิตที่สุด
“เธอชอบฉันนัก ทำให้เธอพังพินาศ คงไม่โกรธใช่ไหม”