“เฮ้ย! ปลาเก๋าแดง! สวีเจิ้งวันนี้แกไปทำบุญมาจากไหน ถึงได้เจอของดีเยอะขนาดนี้!”
คนที่เดินผ่านไปมาเห็นปลาเก๋าแดงในมือสวีเจิ้งก็อุทานขึ้นด้วยความตกใจ
จากนั้นเขาก็เหลือบไปมองตะกร้าข้างตัวสวีเจิ้ง พอเห็นปูทะเลสามตัวกับกุ้งมังกรหนึ่งตัวนอนนิ่งอยู่ข้างใน ก็อดร้องเฮ้ย! อีกครั้งไม่ได้
“เฮ้ย! ปูทะเลตัวโตสามตัวกับกุ้งมังกรอีกตั้งหาก!”
พอได้ยินเสียงร้อง หลายคนก็มุงเข้ามา พวกเขาเห็นปูทะเลกับกุ้งมังกรในตะกร้าของสวีเจิ้ง สีหน้าก็เต็มไปด้วยความอิจฉา
“ปูทะเลสามตัวนี้ตัวใหญ่มาก ตัวนึงคงหนักสองชั่งได้นะ...”
“แม่เจ้า... ปูทะเลตัวนึงก็ไม่ต่ำกว่าหยวนกว่า ๆ แล้วล่ะ รวมกันหมดแถมปลาเก๋าแดงตัวนี้ อย่างน้อยก็สิบหยวน!”
“สวีเจิ้ง วันนี้แกไปไหว้เจ้าแม่มาจู่มาหรือไง!”
“เฮ้ สวีเจิ้ง เอาของพวกนั้นมาให้ฉันเถอะ ฉันให้สิบสองหยวน...”
คนที่พูดชื่ออาติง เป็นคนรับซื้อของทะเลในอำเภอ
เพราะวันนี้เป็นวันน้ำเกิดใหญ่ขึ้น 1 ค่ำ น้ำทะเลจะลดลงไปไกลที่สุด ทำให้หาดและหินโสโครกโผล่มากที่สุด ดังนั้นทุกเดือนช่วงนี้ อาติงจะต้องมารอที่ท่าเรือเพื่อมาทางนี้ หวังว่าจะเจอของดี ๆ ได้บ้าง
สวีเจิ้งได้ยินก็ยิ้มตอบว่า “ของพวกนี้ผมไม่ขาย...”
“ไม่ขาย?”
อาติงตะลึง
สวีเจิ้งพูดว่า “อืม เก็บไว้ให้ลูกสาวผมกิน”
สิ้นเสียงของสวีเจิ้ง ผู้คนรอบข้างก็มองเขาด้วยสีหน้าแปลก ๆ
เขาทำกับลูกสาวยังไง คนในหมู่บ้านรู้ดีไม่ใช่หรือ ของตั้งสิบกว่าหยวนนี่บอกจะเก็บไว้ให้ลูกสาวกิน หลอกผีหรือไง!
เห็นสายตาและสีหน้าของผู้คน สวีเจิ้งรู้ดีว่าพวกเขาคิดอะไร
แต่เขาไม่ได้อธิบายอะไร แค่หัวเราะหึ ๆ แล้วโยนปลาเก๋าแดงใส่ตะกร้า จากนั้นก็หิ้วตะกร้าออกจากบริเวณหินโสโครก
แสงสีฟ้าในเขตโขดหินโดนเขาจับไปหมดแล้ว เหลือแต่ของไม่มีค่าอะไร จะอยู่ต่อก็ไร้ประโยชน์ สู้รีบกลับบ้านไปทำปูกับปลาเก๋าแดงให้ลูกสาวกินดีกว่า
พอสวีเจิ้งจากไป ข่าวที่ว่าวันนี้เขาจับปูทะเลตัวใหญ่สามตัว ทั้งกุ้งมังกรกับปลาเก๋าแดงก็แพร่ไปทั่วหาดอย่างรวดเร็ว
อีกฟากของหาด พ่อแม่ของสวีเจิ้งกำลังใช้เสียมเล็กขุดหอยตลับอยู่ พอได้ยินว่าลูกชายคนรองจับกุ้งมังกรกับปูทะเลได้ ก็ทำสีหน้าตกใจออกมา
ต้องรู้ว่าแต่ก่อนมาสวีเจิ้งเอาแต่ดื่มเหล้าทุกวัน ดื่มเสร็จก็กลับบ้านนอน
ช่วงน้ำเกิดทุกเดือน ไม่เคยมาที่หาดเลย มีแค่ตอนถึงคราวเขาออกทะเลถึงจะตามเรือไป...
ไม่คิดว่าวันนี้ลูกชายตัวเองจะมาหาหาด และยังจับ ‘ของดี’ ได้!
“ขายได้เท่าไหร่?”
แม่ของสวีเจิ้งถามคนข้าง ๆ อย่างร้อนใจ
คนนั้นทำหน้าพิลึก “ไม่ได้ขาย บอกว่าเก็บไว้ให้ลูกตัวเองกิน...”
แม่ของสวีเจิ้งได้ยินก็ร้อนใจทันที
“ไอ้หัวเน่าคิดอะไรอยู่ พวกตัวขัดสนพวกนั้นมันคู่ควรกินของพวกนี้รึ 不行... ต้องรีบกลับบ้าน”
說完,许母直接把篓子和小铲子往许父的怀里一塞,转身快步朝着海滩外走去。
............
อีกด้านหนึ่ง สวีเจิ้งหิ้วตะกร้าเข้ามาในลานบ้าน
เขาวางตะกร้าแล้วกะว่าจะเข้าบ้าน...
พอเดินถึงประตูก็ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของลูกสาว
ฟังจากเนื้อหาน่าจะล้อมเตียงดูน้องสาวที่เพิ่งเกิดกันอยู่...
เพราะลูกสาวกลัวเขา สวีเจิ้งรู้ดีว่าถ้าตอนนี้เข้าห้องไปก็คงทำให้พวกเด็ก ๆ วิ่งหนีแน่ ดังนั้นสวีเจิ้งจึงวกกลับไปที่ครัว แล้วเริ่มลงมือทำกับข้าว
ไม่ว่ากุ้งมังกร ปูทะเล หรือปลาเก๋าแดง ล้วนใช้วิธีนึ่งทั้งหมด
เตาหุงต้มบ้านนอกเป็นเตากระทะใหญ่ทั้งนั้น ใส่ของพวกนี้ลงไปได้พอดี
สวีเจิ้งจัดการกับปลาเก๋าแดงก่อน จากนั้นล้างปูทะเลกับกุ้งมังกรสะอาด สุดท้ายใส่ลงหม้อตั้งไฟนึ่ง
นึ่งไม่ต้องใช้เวลานาน...
พอหม้อเดือด ก็นึ่งต่ออีกห้านาที สวีเจิ้งก็ยกปูทะเล กุ้งมังกร และปลาเก๋าแดงที่นึ่งสุกแล้วออกมา
แล้วเขาก็เอาเนื้อไก่ป่าที่เหลือไปผัด...
สุดท้ายหุงข้าวอีกหม้อใหญ่
ข้าวที่บ้านมีไม่มาก สวีเจิ้งเทหุงหมด
พอเพิ่งเอาข้าวใส่หม้อนึ่ง...
ก็ได้ยินเสียงแม่ของสวีเจิ้งดังมาจากลานบ้าน
“อาเจิ้ง! อาเจิ้ง!”
ได้ยินเสียง สวีเจิ้งรีบออกมาจากครัว
“แม่ มีอะไรครับ?”
“ปูทะเลล่ะ? กุ้งมังกรล่ะ? ปลาเก๋าแดงล่ะ?”
แม่ของสวีเจิ้งถาม
“อยู่ในครัวครับ”
สวีเจิ้งชี้ไปข้างหลังครัว
แม่ของสวีเจิ้งรีบสาวเท้าเข้าไปในครัว พลันสายตาก็เห็นกุ้งมังกร ปูทะเลที่ตั้งอยู่บนเตาซึ่งนึ่งสุกแล้ว...
“โอ๊ย! ไอ้จังไร! ของพวกนี้แกกล้านึ่งกินได้ยังไง!”
แม่ของสวีเจิ้งเห็นก็โมโหจนด่าออกมา จากนั้นก็เอื้อมมือจะตีสวีเจิ้ง
สวีเจิ้งหลบไปพลางพูดว่า “แม่ ก็ของพวกนี้มันมีไว้ให้คนกินนี่ครับ”
“ของตั้งสิบกว่าหยวน แกเอามานึ่งทิ้งนึ่งขว้างอย่างนี้ ชีวิตแกมันเวรตะไลอะไรขนาดนั้น! กินเข้าไปแล้วแกจะสูงขึ้น หรือออกไข่ได้รึไง! กินเสร็จค่ำนี้แกจะหลับลงมั้ย!”
“ก็ช่างสิ กินหมดแล้วเดี๋ยวผมไปจับใหม่ก็ได้ วางใจได้แม่ ผมต้องจับได้แน่”
สวีเจิ้งรับปาก
แม่ของสวีเจิ้งโมโหชี้นิ้วด่าสวีเจิ้งอีกสองคำ
แต่อย่างว่าข้าวสุกงอมแล้ว ของนึ่งพวกนี้ก็เอาไปขายไม่ได้แล้ว ได้แต่คุมแค้นคว้าปูทะเลสองตัวหมายจะเดินออกไป
สวีเจิ้งเห็นแม่ของสวีเจิ้งคีบปูทะเลจะไป คิดว่าท่านจะเอากลับไปกินกับพ่อของสวีเจิ้งเอง แต่พอดีได้ยินแม่ของสวีเจิ้งรำพึงพลางเดินไปถึงประตู “สองตัวนี้ฉันเอาไปให้หลานชายฉันกิน...”
ได้ยินประโยคนี้ สวีเจิ้งรีบเข้าไปขวางแม่ของสวีเจิ้ง แล้วแย่งปูทะเลในมือท่านคืน
“แม่... อันนี้ให้แม่ไม่ได้...”
“ทำไม? ตั้งเยอะแยะนี่แกกินหมดรึไง?”
ถึงแม้ตอนอยู่หาดได้ยินคนอื่นบอกว่า สวีเจิ้งจะเก็บของพวกนี้ไว้ให้ลูกสาวพวกนั้นกิน แต่จริง ๆ แล้วในใจแม่ของสวีเจิ้งไม่เชื่อแม้แต่น้อย ก็ลูกชายตัวเองทำกับลูกสาวตัวเองยังไงหล่อนรู้ดีกว่าใคร
แต่ตอนนี้กลับได้ยินสวีเจิ้งพูดว่า “พวกนี้มีไว้ให้ลูกสาวผมกิน”
พอพูดออกมา แม่ของสวีเจิ้งก็เบิกตากว้าง สีหน้าเหมือนเห็นผี
ผ่านไปตั้งหลายวินาทีหล่อนถึงได้สติ แล้วก็ด่าสวีเจิ้งยกใหญ่
“ให้พวกตัวขัดสนพวกนั้นกินทำไม! แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง! หัวเน่าหรือเปล่า!”
“จะว่าไปแล้วรีบขายพวกมันทิ้งเสียตอนนี้เลยดีกว่า หย่ากับอีหลี่ชิงอวี๋นั่น แล้วแกหาคนใหม่...”
“แก......”
ฟังคำพูดของแม่ของสวีเจิ้ง สีหน้าของสวีเจิ้งเริ่มแย่ลงเรื่อย ๆ
สุดท้ายเขาอดไม่ได้เอ่ยขึ้น “แม่! อย่าพูดแล้ว!”
เขาพูดประโยคนี้เสียงดังมาก น้ำเสียงก็เย็นชา
แม่ของสวีเจิ้งหุบปากทันที
จากนั้นสวีเจิ้งก็พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “แม่ ผมเข้าใจอะไรอย่างหนึ่งแล้ว ที่ผ่านมาที่ผมทำมันผิดหมด ผมติดค้างชิงอวี๋กับลูกสาว ตั้งแต่วันนี้ไปอย่าได้พูดอย่างนั้นอีกเลย...”
พูดจบสวีเจิ้งก็ยกปูทะเลกลับเข้าไปในครัว
พอสวีเจิ้งไปแล้ว แม่ของสวีเจิ้งได้สติ จากนั้นก็เท้าเอวด่าขึ้นอีก
ด่าไปสองสามคำ ถึงได้ยอมจากไป
ภายในกระท่อม...
หลี่ชิงอวี๋กับลูกสาวทั้งแปดได้ยินเสียงคุยกันระหว่างสวีเจิ้งกับแม่ของสวีเจิ้งในลานบ้านหมดแล้ว
ลูกสาวยังเล็กกันทั้งนั้น ตอนนี้จำได้แต่กุ้งมังกร ปูทะเลตัวโต...
แต่หลี่ชิงอวี๋กลับนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าซับซ้อน