เฉินสืออันเพิ่มระดับเสียงขึ้นเล็กน้อย “คุณหนูกู้ ข้าขอเตือนด้วยความหวังดี เมื่อใดที่เจ้าบังเกิดความสนใจในตัวบุรุษ เมื่อนั้นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เจ้าจะตกหลุมรักเขา”
มุมปากของกู้ชิงเหยายกขึ้นเล็กน้อย “ตอนนี้ข้าเดินเข้ามาติดกับดักของเจ้าเองแท้ ๆ แต่เจ้ากลับเอาแต่หลบเลี่ยง ช่างน่าผิดหวังอยู่บ้าง”
เฉินสืออันถอนหายใจยาว “ตาข่ายของข้ายังไม่แข็งแรงพอ จับนางเงือกแสนงามอย่างเจ้าไว้ไม่ได้หรอก
รออีกหน่อยเถิด รอให้ข้าถักตาข่ายเสร็จ รับรองว่าจะจับเจ้ามัดไว้แน่นหนา อยากหนีก็หนีไม่พ้น”
“ถ้าเช่นนั้น ข้าจะรอดู” กู้ชิงเหยายกมุมปากสูงขึ้น
เฉินสืออันหาวออกมา “พูดมากทำให้เสียแรง โดยเฉพาะการพูดคุยกับหญิงงามอย่างคุณหนูกู้ ยิ่งเปลืองแรงทั้งกายใจ ข้าขอพักสักครู่ก่อน”
กล่าวจบ เขาก็หลับตาลงทันทีโดยไม่รอฟังคำตอบจากกู้ชิงเหยา
เหตุใดน่ะหรือ?
เมื่อครู่ เสียงของโม่อู๋หยางพลันดังขึ้นในใจเขา “นางเป็นฝ่ายเข้าหาเจ้าถึงเพียงนี้ เจ้ายังกล้าแค่พูด ไม่กล้าลงมือ
ข้าว่าเจ้าน่ะ เหลือดีอยู่แค่ปากจริง ๆ!
ในเมื่อไม่กล้าลงมือ ก็รีบหุบปากเสียที จะส่งเสียงรบกวนคนอื่นไปถึงไหน?”
ตอนนี้โม่อู๋หยางมีความสัมพันธ์เป็นนายบ่าวกับเขา ภายในระยะหนึ่ง นางสามารถสื่อจิตกับเฉินสืออันได้
เฉินสืออันกล้าลงมือหรือ? แน่นอนว่าไม่กล้า
เช่นนั้นก็หุบปากเสียแล้วกัน
…………
หลังผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม เงาร่างหนึ่งพุ่งทะยานออกมาจากความมืดยามราตรี คนผู้นั้นคือหลิวหยาง
“คุณหนู แผนที่ทำเครื่องหมายไว้ไม่ผิด ที่นั่นมีเหมืองเหล็กดำจริง ๆ”
กล่าวจบ หลิวหยางก็รีบหยิบสินแร่เหล็กดำขนาดเท่าไข่นกพิราบออกมา แล้วยื่นให้กู้ชิงเหยา
กู้ชิงเหยารับสินแร่เหล็กดำมาพิจารณาอย่างละเอียด ดวงตาเป็นประกาย
จากนั้นนางก็หันไปมองเฉินสืออันซึ่งลุกขึ้นจากใต้ต้นไม้เก่าแก่แล้ว “ฮวงเตา ข่าวที่เจ้าบอกมาไม่ผิด ที่นั่นมีเหมืองเหล็กดำจริง ๆ”
กล่าวถึงตรงนี้ นางก็ชี้ไปยังรถม้าด้านหลัง “เงินพวกนี้เป็นของเจ้าแล้ว เจ้าคิดจะขนย้ายไปอย่างไร?”
เฉินสืออันยิ้มบาง ๆ “มีหุบเขาเล็ก ๆ อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ รบกวนคุณหนูกู้ช่วยนำเงินเหล่านี้ไปส่งที่นั่น อีกสักครู่สหายของข้าจะมาขนย้าย”
กู้ชิงเหยาลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
