เย่ซีเฉิงทอดสายตามายังเฉินสืออัน “หัวหน้าหมู่เฉิน เรื่องที่เกิดขึ้นกับหน่วยล่าสัตว์ปีศาจในช่วงนี้ เจ้าได้ยินมาบ้างหรือไม่?”
เฉินสืออันรีบตอบ “เรียนหัวหน้ากอง ข้ากลับเข้าเมืองเมื่อเช้านี้ ได้ยินเรื่องของนายพันฟูที่ร้านบะหมี่เนื้อแกะขอรับ”
เย่ซีเฉิงพยักหน้า “ในเมื่อเจ้าได้ยินมาแล้ว ข้าก็ไม่กล่าวซ้ำให้มากความ
เรื่องนี้มีหลักฐานแน่ชัด ตัดสินชี้ขาดไปแล้ว ไม่ต้องหารืออีก
จุดประสงค์ที่ข้าเรียกทุกคนมาวันนี้ หลายคนคงทราบกันดี
หน่วยล่าสัตว์ปีศาจผ่านความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่พอดี เราจึงฉวยโอกาสนี้ทำลายแล้วสร้างขึ้นใหม่
เมื่อได้รับอนุมัติจากเจ้าเมือง หน่วยล่าสัตว์ปีศาจของเราจะเปลี่ยนจากหน่วยเป็นค่าย นับแต่นี้จะถอนตัวจากสังกัดกองอารักขาเมือง และรับผิดชอบต่อเจ้าเมืองเพียงผู้เดียว”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนในที่ประชุมต่างเผยสีหน้ายินดี
แม้ก่อนหน้านี้กองอารักขาเมืองจะควบคุมหน่วยล่าสัตว์ปีศาจไม่ได้ แต่ตามสังกัดแล้ว หน่วยล่าสัตว์ปีศาจก็ขึ้นตรงต่อกองอารักขาเมือง
บัดนี้เปลี่ยนจากหน่วยเป็นค่าย เท่ากับตัดขาดจากกองอารักขาเมืองอย่างสิ้นเชิง ค่ายล่าสัตว์ปีศาจย่อมมีอำนาจมากขึ้นตามไปด้วย
เฉินสืออันยิ้มตามคนอื่น ๆ ไปด้วย
ขณะเดียวกัน เขาก็แอบสังเกตท่าทีของเย่ซีเฉิงกับเฉียนซานเสวี่ย
เฉียนซานเสวี่ยนั่งตัวตรงอยู่บนเก้าอี้พนักสูง ใบหน้าไร้สุขไร้ทุกข์ ไม่มีสีหน้าแปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย
ส่วนในดวงตาของเย่ซีเฉิง เฉินสืออันมองเห็นความจนใจ
เฉินสืออันมั่นใจได้ว่า หากเย่ซีเฉิงยังสามารถกุมอำนาจบัญชาการหน่วยล่าสัตว์ปีศาจไว้ได้ เขาย่อมยอมอ่อนข้อให้เซียงฉู่สยง และเป็นการยอมถอยครั้งใหญ่เสียด้วย
คำพูดสุดท้ายของเย่ซีเฉิงเมื่อครู่คือหลักฐานชัดเจนที่สุด
รับผิดชอบต่อเจ้าเมืองเพียงผู้เดียว
นั่นหมายความว่า อีกไม่นานค่ายล่าสัตว์ปีศาจก็จะตกอยู่ในกำมือของเซียงฉู่สยงอย่างแน่นหนา ไม่อาจเป็นอิสระและปกครองตนเองดังเช่นก่อนอีกต่อไป
รอจนเสียงของทุกคนค่อย ๆ เบาลง เย่ซีเฉิงจึงกล่าวต่อ “ค่ายล่าสัตว์ปีศาจต้องมีหัวหน้ากองอย่างน้อยสามคน แต่ตอนนี้ยังขาดอยู่หนึ่งตำแหน่ง อีกสามวัน ข้าจะคัดเลือกหัวหน้ากองรองจากบรรดาหัวหน้าหมู่ทั้งหลาย
