รัตติกาลมืดมิด
ภายในสันเขาเฮยสุ่ย มีเงาร่างหนึ่งลอบเข้าไปในป่าอย่างเงียบเชียบ ก่อนจะเดินไปหยุดใต้ต้นไม้เก่าแก่ต้นหนึ่งซึ่งเปลือกไม้ถูกลอกออกไปเป็นแถบ ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ผู้มาเยือนคือฟูชิงหยาง หัวหน้าหน่วยล่าสัตว์ปีศาจแห่งค่ายเฟิงฉี่
ฟูชิงหยางยืนอยู่ใต้ต้นไม้เก่าแก่ราวครึ่งธูป จู่ ๆ เงาดำสายหนึ่งก็พุ่งวูบมาหยุดตรงหน้าต้นไม้
ผู้มาเป็นชายชราหนวดเคราดำ สวมชุดสีเขียว หลังค่อมเล็กน้อย
“เจ้ามาช้าแล้ว”
ฟูชิงหยางปรายตามองชายชรา แล้วเอ่ยเสียงเรียบ
ชายชราเผยสีหน้าขออภัย “มีเรื่องติดขัดเล็กน้อย เลยมาช้าไปหน่อย”
ฟูชิงหยางหัวเราะเบา ๆ “ฟู่จงหลี ในเมื่อพวกเราเป็นพันธมิตรกันแล้ว ก็ไม่ต้องระแวงกันถึงเพียงนั้น
เจ้ามาถึงก่อนข้าแท้ ๆ แต่เพิ่งปรากฏตัวเอาตอนนี้ เห็นได้ชัดว่าระแวงข้าอยู่”
ที่แท้ชายชราคือฟู่จงหลี ยอดฝีมืออันดับหนึ่งแห่งป้อมปราการชิงหยางเมื่อสิบกว่าปีก่อน
แม้ฟู่จงหลีจะถูกเปิดโปง แต่กลับไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนแม้แต่น้อย เขายิ้มบาง ๆ “อย่างไรที่นี่ก็เป็นเขตแดนของค่ายเฟิงฉี่ พวกข้าย่อมต้องระวังตัวไว้บ้าง”
ฟูชิงหยางเลิกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย “มีกิ้งก่าเพลิงอยู่สองตัว พวกเราสองคนร่วมมือกันจัดการพวกมัน ไม่น่ามีปัญหา”
ฟู่จงหลีถามต่อ “ข่าวกรองแม่นยำหรือไม่?”
ฟูชิงหยางพยักหน้า “ข้าส่งคนไปลาดตระเวนในสันเขาเฮยสุ่ยหลายวัน จนสืบเส้นทางเคลื่อนไหวของกิ้งก่าเพลิงทั้งสองตัวได้ชัดเจนแล้ว
ก่อนหน้านี้ข้าก็ไปตรวจดูบริเวณเหล่านั้นมา พบว่ามีร่องรอยการเคลื่อนไหวของกิ้งก่าเพลิงจริง”
ฟู่จงหลีเอ่ยต่อ “เจ้าไม่รู้สึกหรือว่าการปรากฏตัวของกิ้งก่าเพลิงสองตัวนี้ชวนให้สงสัยอยู่บ้าง?”
ฟูชิงหยางลดเสียงลง “ลองว่ามาสิ”
ฟู่จงหลีเพิ่มเสียงขึ้นเล็กน้อย “ในอดีต เถียนเหวินกวง เจ้าผีเฒ่านั่นรู้ว่าข้าต้องการแก่นปีศาจของกิ้งก่าเพลิงมารักษาอาการบาดเจ็บ ถึงกับยอมเสี่ยงชีวิตกวาดล้างกิ้งก่าเพลิงในรัศมีพันลี้จนหมดสิ้น”
ฟูชิงหยางกล่าวแทรก “นั่นก็สมควรแล้ว เรื่องแค้นส่วนตัวไม่ควรลามไปถึงครอบครัว แต่เจ้ากลับฆ่าลูกชายคนเดียวของเขา”
ใบหน้าแก่ชราของฟู่จงหลีแดงระเรื่อ “เรื่องในตอนนั้น ข้าพลาดมือฆ่าเขาโดยไม่ตั้งใจ”
