ซ่งอวี้หมิงยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่
เย่ซีเฉิงถามย้ำว่า “หัวหน้าหมู่ซ่ง เจ้ามีความเห็นเช่นไร?”
ยังไม่ทันที่ซ่งอวี้หมิงจะตอบ เฉินสืออันก็กล่าวเสียงดังว่า “นายกองอารักขาเมือง ในเมื่อข้าทำผิด ก็ยินดีรับโทษ โปรดส่งข้าเข้าคุกเดี๋ยวนี้เถิด
ภายในหนึ่งเดือนนี้ ข้าจะทบทวนตนเองอย่างจริงจังและสำนึกผิดให้ลึกซึ้ง!”
ซ่งอวี้หมิงคล้ายจะได้สติ จึงแค่นหัวเราะเย็นชา “เฉินสืออัน อย่าคิดว่าจะใช้วิธีนี้หลบเลี่ยงภารกิจที่สันเขาเฮยสุ่ยได้”
กล่าวถึงตรงนี้ เขาประสานมือคารวะเย่ซีเฉิง “หัวหน้ากองเย่ แม้เฉินสืออันจะทำผิด แต่ข้ากับพวกลูกน้องใจกว้าง ทั้งยังคำนึงถึงภาพรวม จึงไม่เอาความพวกเขา”
เฉินสืออันถอนหายใจเบา ๆ แล้วไม่กล่าวอะไรอีก
ซ่งอวี้หมิงยิ่งมั่นใจในการคาดเดาของตน กล่าวอย่างได้ใจว่า “เฉินสืออัน ขอให้การเดินทางไปสันเขาเฮยสุ่ยของเจ้าราบรื่น ปลอดภัยกลับมา!”
จากนั้นเขาประสานมือคารวะเย่ซีเฉิงเล็กน้อย “หัวหน้ากองเย่ ข้าจะไม่เอาความเรื่องนี้อีก ขอตัวก่อน”
เย่ซีเฉิงยิ้มบาง “หัวหน้าหมู่ซ่งช่างใจกว้าง”
หลังซ่งอวี้หมิงจากไป เย่ซีเฉิงก็ขมวดคิ้วแน่น “เฉินสืออัน เจ้าจงใจใช่หรือไม่? คิดจะใช้วิธีนี้หลบเลี่ยงการไปสันเขาเฮยสุ่ย?”
เฉินสืออันส่ายหน้า “นายกองอารักขาเมืองเข้าใจผิดแล้ว คนของซ่งอวี้หมิงวิ่งมาหาเรื่องเอง ข้าไหนเลยจะวางแผนหรือควบคุมได้”
เย่ซีเฉิงแค่นเสียงเบา ๆ “เจ้าให้ลูกน้องหยุดพักตามอำเภอใจ ข้าหลับตาข้างหนึ่งก็ปล่อยผ่านไปแล้ว
แต่เจ้ากลับก่อเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา เห็นชัดว่ากำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจให้ข้าดู”
เฉินสืออันเงยหน้าขึ้น สบตาเย่ซีเฉิงตรง ๆ “หากนายกองอารักขาเมืองยืนกรานจะคิดเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูด
เพียงแต่หากวันนี้ข้าปล่อยให้ซ่งอวี้หมิงเยาะเย้ยถากถางพี่น้องของข้าโดยไม่ทำอะไร ข้าคงไม่อาจสงบใจ และไม่คู่ควรเป็นหัวหน้าหมู่ของพวกเขา
ยิ่งไม่มีสิทธิ์พาพวกเขาไปยังสันเขาเฮยสุ่ยที่รู้อยู่เต็มอกว่าต้องไปตาย!”
เย่ซีเฉิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ “ข้ารู้ว่าในใจเจ้ามีความขุ่นเคือง แต่เจ้าก็ควรเข้าใจความลำบากใจของข้าด้วย
การส่งเจ้าไปสันเขาเฮยสุ่ย ไม่ใช่เจตนาแรกเริ่มของข้า”
สีหน้าเฉินสืออันไม่เปลี่ยน เขาตอบช้า ๆ ว่า “ข้ารู้”
