“ตอนนี้เถียนเถียนสนิทกับเจ้ามาก เด็กคนนี้ก็หัวแข็งนัก หากเจ้าไม่ไป นางอาจไม่ไปด้วยก็ได้” ซูฉิงโหรวขมวดคิ้วแน่น
เฉินสืออันครุ่นคิดเล็กน้อย “เรื่องเถียนเถียน ข้าจะไปคุยกับนางเดี๋ยวนี้”
บรรยากาศในห้องอึมครึมอยู่บ้าง พูดจบเขาก็ค่อย ๆ เดินออกไป
เฉินเถียนเถียนกับจางเสี่ยวชุ่ยกำลังทบทวนบทเรียนอยู่ในห้อง เฉินสืออันเดินมาถึงหน้าประตูแล้วโบกมือเรียกเฉินเถียนเถียน
เฉินเถียนเถียนยิ้มหวาน ก่อนวางหนังสือในมือลงทันที แล้ววิ่งออกมาด้วยฝีเท้าเริงร่า
เฉินสืออันพาเฉินเถียนเถียนเข้าไปในห้องของตน ปิดประตูแล้วถามเสียงเบาว่า “เสี่ยวชุ่ยรู้หรือไม่ว่าเจ้าจะไป?”
เฉินเถียนเถียนพยักหน้า “รู้แล้ว หลายวันก่อนข้าบอกนางไปแล้ว
ท่านแม่ทิ้งเงินก้อนใหญ่ไว้ให้พวกนางมากพอสำหรับใช้ชีวิต”
“พวกนางรู้ก็ดีแล้ว”
เฉินสืออันพยักหน้าแล้วถามว่า “หากอาเล็กไปนครหลงเซียงแล้วถูกคนดูแคลน หรือถึงขั้นถูกกลั่นแกล้ง เจ้าจะทำอย่างไร?”
เฉินเถียนเถียนส่ายหน้ารัว “เป็นไปได้อย่างไร! ท่านน้าฉินเป็นบุตรีคนโตของตระกูลฉิน มีนางอยู่ด้วยแล้ว อาเล็กจะถูกกลั่นแกล้งได้อย่างไร?”
เฉินสืออันถอนหายใจ “เช่นนั้นข้าขอถามเจ้า ท่านน้าฉินมาที่ค่ายเฟิงฉี่ได้อย่างไร ทั้งยังถูกขังในกรงเหล็กและขายเป็นทาส?”
เฉินเถียนเถียนส่ายหน้าอีกครั้ง
เฉินสืออันจับมือเฉินเถียนเถียนไว้ “เด็กน้อย แม้ท่านน้าฉินจะเป็นบุตรีคนโตของตระกูลฉินจริง แต่ในตระกูลใหญ่ เพื่ออำนาจและผลประโยชน์ ต่อให้เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดก็ยังชิงดีชิงเด่นกันได้ ถึงขั้นเข่นฆ่ากันเอง
