ยามกระบองดำฟาดลงมา เฉินสืออันยังคงนอนอยู่บนเวทีประลอง
รอบเวทีประลอง บ้างถอนหายใจ บ้างเผยสีหน้าตื่นเต้น บ้างเป็นห่วงจนแทบนั่งไม่ติด……
ในจังหวะนั้นเอง เฉินสืออันที่กุมอก เสื้อเปื้อนเลือด และนอนนิ่งไม่ไหวติงมาตลอด พลันดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นราวกับปลาหลีฮื้อกระโจนพ้นน้ำ หลบการโจมตีจากกระบองดำได้อย่างหวุดหวิด
ขณะเดียวกัน เขาบิดเอวหมุนตัวกลางอากาศ ดาบตัดวายุในมือฟันขวางออกไปราวสายฟ้า
ทุกท่วงท่าลื่นไหลต่อเนื่อง สำเร็จในคราวเดียว
จังหวะเหมาะเจาะพอดี ไม่เพียงหลบการโจมตีถึงตายของชายร่างเตี้ยได้
ยามฟันดาบ ชายร่างเตี้ยยังใช้กระบวนท่าจนสุดแรง พลังเก่าหมดสิ้น พลังใหม่ยังไม่ทันก่อเกิด
ที่สำคัญกว่านั้น ดาบนี้รวดเร็วและแม่นยำยิ่ง
ชายร่างเตี้ยจะคาดคิดได้อย่างไรว่า หลังรับการโจมตีของสัตว์ปีศาจระดับสี่ไปแล้ว เฉินสืออันยังสามารถโต้กลับได้
ยามดาบตัดวายุฟันเข้ามา ร่างของเขายังอยู่กลางอากาศ
ต่อให้รีบดึงกระบองดำกลับมาตั้งรับ ก็สายเกินไปแล้ว
ประกายเย็นวาบผ่าน
ได้ยินเสียงฉัวะ!
ดาบตัดวายุกรีดผ่านช่วงอกและท้องของชายร่างเตี้ย
จากนั้นทั้งสองก็ร่วงลงบนเวทีประลองแทบจะพร้อมกัน
เฉินสืออันคุกเข่าข้างเดียว ใช้ดาบตัดวายุค้ำร่าง หอบหายใจจนตัวโงนเงน เลือดสดยังค่อย ๆ ไหลจากมุมปาก
หลังชายร่างเตี้ยตกถึงพื้น เขาก็โยนกระบองดำในมือทิ้ง แล้วใช้สองมือกุมอกและท้องแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ทันใดนั้น เลือดก็พุ่งทะลักออกมาตามช่องระหว่างมือ ต่อให้พยายามกุมไว้เพียงใดก็ห้ามไม่อยู่
ชายร่างเตี้ยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย มองเฉินสืออันด้วยแววตาไม่ยินยอมและไม่อยากเชื่อ “เป็นไปได้อย่างไร? เจ้ายังฟันดาบได้อีกหรือ……”
