เถาเยาเยากวาดตามองเฉินสืออันตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างรวดเร็ว ก่อนเอ่ยว่า “เรื่องเช่นที่เจ้าพูด ข้าก็เคยได้ยินมาเหมือนกัน แต่คนเช่นนั้น มีเพียงหนึ่งในร้อยที่ทำได้สำเร็จ”
“ช่างบังเอิญนัก!”
เฉินสืออันยกมุมปากขึ้น “วันนี้เจ้าได้พบแล้ว”
เถาเยาเยายิ้มบาง ๆ “ดูท่าว่าข้าจะโชคดีไม่น้อย”
พูดถึงตรงนี้ นางก็เปลี่ยนเรื่อง “หัวหน้าหมู่เฉิน อายุสิบเก้าก็บรรลุขั้นผู้ฝึกยุทธ์แล้ว หากมองไปทั่วซากปรัก นับว่ามีพรสวรรค์ชั้นเลิศ
หากเจ้ายังขลุกอยู่ในค่ายเฟิงฉี่ พรสวรรค์ของเจ้าคงน่าเสียดาย
หากเจ้ายินดีเข้าร่วมศาลาร้อยบุปผาของเรา ศาลาร้อยบุปผาย่อมมอบโอกาสให้เจ้าได้มากกว่าเดิม ทำให้เจ้าได้ยืนอยู่บนเวทีที่ยิ่งใหญ่กว่า”
เฉินสืออันหัวเราะแผ่วเบา “น้ำใจของเจ้าศาลาเถา ข้าขอรับไว้ด้วยใจ
ข้ายังคงยืนยันคำเดิม ต่อไปเราร่วมมือเกื้อหนุนกันได้ แต่เรื่องเข้าร่วมศาลาร้อยบุปผา ช่างเถิด”
แววเสียดายปรากฏบนใบหน้าเถาเยาเยา “ตอนนั้นพวกเราก้าวพลาดไปเพียงก้าวเดียว ไม่คิดเลยว่าจะทำให้ศาลาร้อยบุปผาพลาดคนมีความสามารถเช่นนี้ไป”
นางถอนหายใจยาว “หัวหน้าหมู่เฉินมาที่นี่คืนนี้ คงมีธุระอะไรสินะ?”
เฉินสืออันพยักหน้า ก่อนหยิบขวดกระเบื้องใบหนึ่งออกมายื่นให้เถาเยาเยา “ข้าอยากขายของสิ่งนี้ให้ศาลาของท่าน ไม่ทราบว่าเจ้าศาลาเถาจะให้ราคาเท่าใด?”
เถาเยาเยารับขวดกระเบื้องมา เปิดดูแล้วก็หัวเราะอย่างจนใจ “ก่อนหน้านี้เจ้ามาที่นี่ ยังคิดจะซื้อโอสถชำระไขกระดูกอยู่เลย ตอนนี้กลับนำโอสถชำระไขกระดูกมาขายให้ข้าเสียแล้ว”
