เฉินสืออันยิ้มบาง ๆ “ในการชุมนุมยอดฝีมือ ข้าจะทุ่มเทสุดกำลัง เพื่อไม่ให้ความคาดหวังของป้อมปราการต้องสูญเปล่า”
พูดถึงตรงนี้ เขาก็ถามต่อ “ตามข่าวที่หอของท่านรวบรวมมา ในการชุมนุมยอดฝีมือครั้งนี้ ป้อมปราการใดบ้างที่มีหวังติดสามอันดับแรก?”
จางกุ้ยครุ่นคิดเล็กน้อย “ในเมื่อท่านผู้บัญชาการเฉินถาม ข้าก็จะกล่าวตามที่รู้ หากมีสิ่งใดคลาดเคลื่อน ขอท่านผู้บัญชาการเฉินโปรดอภัย”
เฉินสืออันยังคงยิ้ม “ถือเสียว่าพวกเราสนทนากันเล่น ๆ ก็แล้วกัน”
จางกุ้ยกระแอม “การชุมนุมยอดฝีมือที่เมืองเจิ้นหวงจัดขึ้นครั้งนี้ มีป้อมปราการเข้าร่วมหลายร้อยแห่ง จำนวนผู้เข้าร่วมทะลุหลักพัน
แต่เพราะจำกัดอายุไว้ที่ไม่เกิน 30 ปี ผู้ฝึกยุทธ์ที่เข้าร่วมจึงมีระดับการบำเพ็ญสูงสุดไม่เกินขั้นสาม
ดังนั้น ข้าคาดว่าผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองล้วนมีโอกาสติด 100 อันดับแรก ส่วนผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสามก็มีโอกาสชิงสามอันดับแรก
จากข่าวที่หอสมบัติซื่อทงได้รับมา ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์จากซากปรักที่เข้าร่วมการชุมนุมยอดฝีมือคราวนี้ มีผู้ที่อยู่ขั้นสามไม่เกิน 10 คน ส่วนชื่อเฉพาะ ข้าคงไม่ไล่เรียงทีละคน”
เฉินสืออันพยักหน้า ไม่ได้กล่าวอะไร
สถานการณ์ที่จางกุ้ยเล่ามาไม่ต่างจากข่าวที่เขาสืบมาจากศาลาร้อยบุปผามากนัก
“แต่มีคนหนึ่งที่ข้าต้องพูดถึงเป็นพิเศษ นางเป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่ของพวกเรา” จางกุ้ยกล่าวต่อ
เฉินสืออันยกเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย “ท่านหมายถึงกู้ชิงเหยา?”
จางกุ้ยพยักหน้า “พรสวรรค์ในการบำเพ็ญของกู้ชิงเหยาโดดเด่นยิ่ง อีกทั้งยังได้รับมรดกสืบทอดจากผู้อาวุโสแขนศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่อายุยังน้อยนางก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองแล้ว
