แม้เสือขาวตัวใหญ่จะเป็นราชาแห่งผืนป่า แถมมีร่างกายใหญ่โตจนไม่มีศัตรูตามธรรมชาติ
แต่นั่นก็เฉพาะตอนอยู่บนบกเท่านั้น
จระเข้ที่ขึ้นฝั่งมาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเสือขาวตัวใหญ่
แต่ในน้ำมีจระเข้จำนวนมากขนาดนั้น เสือขาวตัวใหญ่ย่อมเสียเปรียบ
มันรอดขึ้นฝั่งมาได้ก็นับว่าโชคดีแล้ว
“แกนี่โง่หรือไง? แม่น้ำกว้างขนาดนั้น ในน้ำก็มีจระเข้ตั้งเยอะ ยังกล้าลงไปอีกเหรอ?”
“มาที่นี่ทำไม? อยู่ในป่าไม่ดีกว่าเหรอ?”
เสือขาวตัวใหญ่ทำท่าราวกับเด็กที่ทำผิด นั่งอยู่ตรงหน้าฉู่อีอี ก้มหน้าหงอย ส่งเสียงครางเบา ๆ เหมือนกำลังอ้อน
“เจ้าเสือโง่”
ฉู่อีอีตบหัวมันเบา ๆ
เสือขาวตัวใหญ่ยื่นหัวเข้ามาอีกครั้ง คล้ายอยากให้เธอตบเพิ่มอีกสักสองสามที
ฉู่อีอีดันหัวมันออก แล้วกลับไปนั่งลงบนพื้น ก่อนพูดเสียงเรียบว่า “ในเมื่อนายอยากตามมา ก็ตามใจ แต่ตอนนี้ฉันไม่มียารักษาแผลให้ รอให้แผลหายเองแล้วกัน”
“ทะเลทรายไม่เหมือนป่าแถมอาหารก็มีน้อย ไม่มีแหล่งน้ำด้วย ถ้าหิวหรือกระหาย ฉันก็ไม่มีอะไรให้หรอกนะ”
“อีกไม่กี่วันฉันก็จะไปจากที่นี่แล้ว ฉันไม่รับผิดชอบพานายกลับไปหรอก”
เสือขาวตัวใหญ่ส่งเสียงครางอย่างน้อยใจอีกครั้ง
ฉู่อีอีไม่สนใจมันเลย
เสือขาวตัวใหญ่เดินไปหมอบอยู่ข้างหลังเธอ ใช้อุ้งเท้าใหญ่ ๆ แตะตัวเธอเบา ๆ แล้วส่งเสียงครางอีกสองสามครั้ง
ฉู่อีอีเหลือบมองมัน
เสือขาวตัวใหญ่นอนตะแคง เผยท้องที่ไม่มีคราบเลือดออกมา คล้ายเชิญให้เธอไปนอนด้วย
ฉู่อีอีขยับเข้าไปพิงตัวมัน
เสือขาวตัวใหญ่แยกเขี้ยวยิ้ม สะบัดหางสองสามที
กลางวันในทะเลทรายอุณหภูมิอาจสูงถึง 40 กว่าองศา แต่กลางคืนกลับลดต่ำกว่า 10 องศา อากาศค่อนข้างหนาว มีอะไรขนฟู ๆ ไว้ให้ความอบอุ่นก็นับว่าดี
ฉู่อีอีอยากชวนทาน่ากับลอฟฟ์มานั่งด้วยกัน แต่เสือขาวตัวใหญ่คัดค้านสุดกำลัง
ต่อให้เธอตีมันก็ไม่เป็นผล
แม้เสือขาวตัวใหญ่จะครางหงิงอย่างน้อยใจหลังถูกตี แต่พอหันไปก็แยกเขี้ยวขู่ทาน่ากับลอฟฟ์
ทาน่าเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “ฉู่อีอี อย่าบังคับมันเลย สัตว์จะยอมรับและยอมสยบต่อคนหรือสัตว์ที่เอาชนะมันได้เท่านั้น พวกเราสู้มันไม่ได้ ในสายตามันพวกเรามีลำดับต่ำกว่า มันไม่อยากให้เราเข้าใกล้ก็เป็นเรื่องปกติ”
