ฉู่อีอีมองกู้เสวียนอย่างเย้ยหยัน “นายช่วยชีวิตฉันไว้เหรอ?”
“นายโง่จริง ๆ หรือแกล้งทำเป็นโง่กันแน่? คิดว่าฉันจำเป็นต้องให้นายช่วยหรือไง?”
“ถ้านายไม่ทำตัวฉลาดเกินเหตุพุ่งเข้ามา ฉันคงไม่ต้องเปื้อนเลือดสักหยดด้วยซ้ำ”
“นายทำเท้าฉันสกปรก แถมยังทำให้ฉันขยะแขยง แล้วยังคิดว่าฉันจะซาบซึ้งอีกเหรอ? ฝันหวานไปแล้วมั้ง?”
กู้เสวียนมองฉู่อีอีอย่างไม่อยากเชื่อ ใบหน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ
“เธอ... ทำไมถึงเย็นชาได้ขนาดนี้... เธอไม่มีหัวใจจริง ๆ เหรอ?”
ฉู่อีอีหัวเราะเยาะ “ฉันมีหัวใจแน่นอน แต่พวกนายไม่คู่ควรกับความจริงใจของฉัน”
“ฉันเคยให้โอกาสพวกนายแล้ว ตอนที่ฉันจริงใจกับพวกนาย พวกนายกลับเห็นฉันไร้ค่า เพราะงั้นก็อย่าหวังว่าจะได้ความจริงใจจากฉันอีก”
“ตั้งแต่วินาทีที่กู้หมิงจูผลักฉันตกจากแท่นสูง แล้วพวกนายทั้งครอบครัวเหยียบร่างที่บาดเจ็บของฉันเพื่อไปห่วงใยเธอ ความผูกพันในครอบครัวระหว่างเราก็ถูกพวกนายเหยียบย่ำจนขาดสะบั้นไปหมดแล้ว”
“อย่ามาพูดว่าพวกนายถูกกู้หมิงจูหลอก พวกนายโตเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว ก็ควรแยกแยะถูกผิดได้ ต่อให้คิดว่าฉันจงใจเล่นงานกู้หมิงจู ก็ไม่ควรเห็นฉันบาดเจ็บสาหัสแล้วยังไม่สนใจ แต่กลับไปห่วงกู้หมิงจูที่แค่ตกใจ แถมยังเหยียบข้ามตัวฉันไปอีก!”
“ต่อให้คนที่ไม่บาดเจ็บ พวกนายห้าคนเหยียบข้ามร่างไป ก็ทำให้เกือบตายได้แล้ว ยิ่งตอนนั้นฉันยังบาดเจ็บอยู่ด้วย!”
“ตอนนั้นพวกนายอยากให้ฉันตายใช่ไหม?”
“นอกจากเหตุผลนี้ ฉันก็นึกไม่ออกแล้วว่าจะใช้อะไรอธิบายการกระทำของพวกนาย”
