ฉู่อีอีเหลือบมองคนหลายคนที่กำลังจ้องเธอเขม็ง ก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า “พวกแกคุกเข่าลงแล้วค่อยคุยกับฉัน”
ทุกคนเบิกตากว้างแทบถลนออกจากเบ้า
จากนั้นความโกรธเกรี้ยวมหาศาลก็แผ่ซ่านในใจอย่างรวดเร็ว เพลิงโทสะลุกโชนขึ้นมาจนดวงตาของพวกเขาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย
กู้เจี้ยนกัวเดือดดาลจนตะคอกว่า “ลูกอกตัญญู! แกกล้าให้พวกเราคุกเข่าให้แกงั้นเหรอ? ฉันเป็นพ่อแก แกไม่กลัวฟ้าลงโทษหรือไง?”
หลี่อวี้ส่ายหน้าด้วยดวงตาแดงก่ำ แววตาเต็มไปด้วยความผิดหวังและความโกรธที่ปิดไม่มิด “อีอี ถึงฉันจะรู้สึกว่าที่ผ่านมาฉันทำไม่ดีกับเธออยู่บ้าง และตั้งใจอยากปรับความสัมพันธ์แม่ลูกกับเธอจริง ๆ ก็เถอะ”
“แต่เธอก็อย่าได้คืบจะเอาศอกสิ พวกเราดีกับเธอหน่อย เธอก็วางอำนาจจนไม่เห็นหัวใครแล้ว!”
“ให้พ่อแม่กับพี่ชายคุกเข่าให้เธอ เธอรับไหวหรือไง? ไม่กลัวอายุสั้นเหรอ?”
กู้เยี่ยนข่มกลั้นโทสะ ใบหน้าเขียวคล้ำพลางตวาดเสียงต่ำ “ฉู่อีอี แกควรหยุดได้แล้ว!”
กู้เสวียนมองเธอด้วยแววตาซับซ้อน แต่ก็เผยความไม่เห็นด้วยออกมา “อีอี เธอเรียกร้องเกินไปแล้ว”
“เธอไม่เคารพพวกเรา พวกเรายังอดทนกับเธอได้ แต่จะให้พวกเราคุกเข่า ไม่มีทาง!”
กู้หมิงจูเอ่ยเสียงเย็นว่า “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น การให้พ่อแม่คุกเข่าให้ตัวเองก็เป็นการกระทำที่ผิดศีลธรรมอย่างยิ่ง”
“ฉู่อีอี ฉันรู้ว่าเธอเคยตัวกับการวางอำนาจ”
“แต่เธอก็ไม่ควรทำตัวกร่างขนาดนี้!”
“อย่าทำตัวไม่เห็นหัวใครนักเลย!”
“นี่พ่อแม่กับพี่ชายของเธอนะ เธอไม่มีมโนธรรมอยู่เลยหรือไง?”
กู้หมิงจูโกรธมาก
ในบรรดาทุกคน เธอเกลียดฉู่อีอีที่สุด
ฉู่อีอีทำให้เธอเสียชื่อเสียงยับเยินในรายการวาไรตี้ถ่ายทอดสด
ตอนนี้ยังทำให้เรื่องของเธอกับกู้เจี้ยนกัวถูกเปิดโปง จนคนทั้งบ้านได้เห็นเธอขายหน้า
เธออยากฆ่าฉู่อีอีให้ตายเสียจริง!
ฉู่อีอีมองพวกเขาอย่างเย้ยหยัน “พวกแกคงไม่ได้คิดว่าฉันกำลังขอความเห็นอยู่หรอกนะ?”
“ตอนนี้ชะตาชีวิตของคนทั้งบ้านอยู่ในมือฉัน ฉันสั่งให้ทำอะไร พวกแกก็ต้องทำตาม”
“เว้นแต่ว่าพวกแกอยากให้คนทั้งโลกเห็นเรื่องสกปรกของบ้านตัวเอง อยากให้กลุ่มบริษัทกู้ถูกคนทั้งประเทศคว่ำบาตร”
