ฉู่อีอีรอจนเริ่มหมดความอดทน จึงลุกขึ้นเดินไปหากู้เยี่ยน คว้าคอเสื้อเขาด้วยมือข้างเดียวแล้วกระชากให้ลุกขึ้นจากพื้น
เสียงดังปัง เธอกดเขาลงกับโต๊ะประชุมอย่างแรง ก่อนหยิบสัญญายกเลิกสัญญาที่ทนายเตรียมไว้ตบลงตรงหน้าเขา
“รีบเซ็นซะ อย่ามาเสียเวลาฉัน!”
กู้เยี่ยนกัดฟันพูด “เราคุยกันสองคนก่อน พอคุยเสร็จฉันจะเซ็นเอง!”
ฉู่อีอีหรี่ตาลง แววตาเย็นเยียบ
เธอไม่พูดพร่ำทำเพลง จับมือซ้ายของเขาวางลงบนโต๊ะ จากนั้นกำหมัดขวาของตัวเองแล้วทุบลงไปอย่างไม่ปรานี
“ปัง!”
“อ๊าก—!”
กู้เยี่ยนร้องโหยหวนขึ้นมาอีกครั้ง
เขาเจ็บจนตัวสั่นไปหมด ใบหน้าบิดเบี้ยวเหยเก
“ฉู่อีอี เธอเป็นผู้หญิงแท้ ๆ ทำไมถึงได้หยาบคายขนาดนี้? เธอนี่น่ารังเกียจขึ้นทุกวัน!”
“ทำตัวแบบนี้ แล้วจะเอาอะไรไปเทียบกับหมิงจู?”
“ถึงหมิงจูจะปากอย่างใจอย่างไปบ้าง แต่อย่างน้อยเธอก็อ่อนโยน ไม่เหมือนเธอที่เอะอะก็ลงไม้ลงมือ!”
พอเสิ่นหยวนได้ยินคำพูดของกู้เยี่ยน ก็อดกลอกตาใส่ไม่ได้ “ฉันว่าคนตระกูลกู้สมองไม่ค่อยปกติกันทั้งบ้าน”
“ไลฟ์สดก็เผยธาตุแท้ของกู้หมิงจูจนหมดแล้ว เธอเป็นคนเริ่มรวมหัวกันรังแกอีอี แถมยังผลักอีอีตกหน้าผาแบบนี้ ยังคิดว่าเธอดีอีกเหรอ?”
“สมองงอกมาให้ใช้คิด ไม่ได้มีไว้ทำให้หัวดูสูงขึ้นนะ”
หรงสือพูดด้วยสีหน้าดูแคลน “กู้หมิงจูไม่อยากลงมือทำร้ายคนที่ไหนกัน เธอแค่สู้ไม่ไหวต่างหาก!”
ชิวเฟิงพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ ในไลฟ์สดกู้หมิงจูเป็นคนเริ่มจะลงมือกับฉู่อีอีตั้งหลายครั้ง แต่ต่อให้พวกนั้นรวมกันก็ยังสู้ฉู่อีอีไม่ได้”
ใบหน้าของกู้เยี่ยนเขียวคล้ำ
เขาไม่สนใจคำเยาะเย้ยของคนเหล่านั้น กลับจ้องฉู่อีอีด้วยสายตาอึมครึม
ฉู่อีอียกมุมปากขึ้นเล็กน้อย พูดคล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “เกลียดฉันเหรอ? ทนเห็นฉันไม่ได้เหรอ? งั้นนายก็ไปตายสิ”
“นายสู้ฉันไม่ได้ แข่งกับฉันก็ไม่ชนะ ด่าฉันไปก็ไม่มีประโยชน์ ยังไงฉันก็ไม่เปลี่ยนหรอก”
“ดูสิ มีชีวิตอยู่เหนื่อยเปล่า ๆ ตายไปซะก็จบ จะได้ไม่ต้องโมโหอีก”
