นายท่านผู้เฒ่าหรงมีสีหน้าภาคภูมิใจ ก่อนจะกล่าวต่อว่า “หลานชายคนโตของฉันคนนี้เหมือนฉันที่สุด ไม่ว่าจะเป็นฝีมือเด็ดขาดหรือความสามารถด้านการทำธุรกิจ เขาก็แซงหน้าฉันไปแล้ว”
“ก่อนที่ฉันจะหาเขาพบเมื่อหลายปีก่อน เขาก็สร้างตัวจากศูนย์และก่อตั้งกลุ่มบริษัทฟู่ขึ้นมาแล้ว”
“ฉันให้เขากลับตระกูลหรง แต่เขาไม่ยอมกลับ ฉันถึงกับลงมือกดดันธุรกิจของเขา หวังบีบให้เขากลับบ้าน แต่เขาก็ไม่ยอมอ่อนข้อ แถมยังรับมือกับแรงกดดันและขยายกิจการให้ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ”
“ในใจฉันทั้งรู้สึกผิดและภูมิใจในตัวเขา! ถ้าตอนนั้นฉันไม่ได้กดดันเขา กลุ่มบริษัทฟู่อาจไม่ได้มีขนาดแค่นี้ก็ได้!”
เมื่อทุกคนได้ยินคำพูดของนายท่านผู้เฒ่าหรง ต่างก็พากันตกตะลึง
เมื่อครู่พวกเขายังคิดอยู่เลยว่ากลุ่มบริษัทฟู่เติบโตได้รวดเร็วขนาดนั้นเพราะได้รับความช่วยเหลือจากตระกูลหรง แต่กลายเป็นว่านายท่านผู้เฒ่าหรงไม่ได้แค่ไม่ช่วย ยังลงมือกดดันอีกต่างหาก?
ดูท่าฟู่ยวี้จะมีฝีมือจริง ๆ
ฟู่ยวี้มีสีหน้าเรียบเฉย ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ราวกับแค่มาทำงานเพราะรับเงิน ส่วนเรื่องอื่นไม่เกี่ยวอะไรกับเขา
นายท่านผู้เฒ่าหรงกล่าวต่อว่า “ตอนนี้ฉันก็อายุมากแล้ว คงอยู่ได้อีกไม่กี่ปี...”
ทุกคนรีบเอ่ยปลอบ
“อย่าพูดอะไรหมดกำลังใจแบบนั้นเลยครับนายท่านผู้เฒ่าหรง ถึงคุณจะอายุ 90 แล้ว แต่ร่างกายยังดูแข็งแรงกว่าพวกเราอายุ 50–60 ตั้งเยอะ รับรองว่าคุณอยู่ได้อีกหลายสิบปี!”
“ใช่ ๆ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีก้าวหน้าเร็วมาก การแพทย์ก็ดีขึ้นเรื่อย ๆ อีกไม่กี่ปีอาจคิดค้นยาชะลอวัยได้ก็ได้ อยู่ถึง 150 หรือ 200 ปีก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยครับ”
“วันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 90 ปีของคุณ จะพูดอะไรไม่เป็นมงคลไม่ได้นะครับ”
