ฉู่อีอีกับจวินเช่อเคยฝึกวรยุทธ์มา จึงมีประสาทการได้ยินดีเยี่ยม แม้จะอยู่ห่างกันช่วงหนึ่ง พวกเขาก็ยังได้ยินเสียงคนเหล่านั้นนินทากัน
ทั้งคู่ไม่มีปฏิกิริยาอะไร ไม่ได้เก็บคำพูดของคนพวกนั้นมาใส่ใจ
ก็แค่พูดเอาสะใจเท่านั้น ยังไม่ถึงขั้นต้องจดจำความแค้น
ตราบใดที่พวกนั้นไม่ได้จงใจปล่อยข่าวลือใส่ร้าย และไม่ได้ลงมือทำอะไรเพื่อเล่นงานพวกเขา แค่ถูกพูดถึงในทางเสียหายไม่กี่คำ พวกเขาก็ไม่ถึงกับต้องเอาคืน
“ฉู่อีอีคนนั้นหยิ่งยโสเกินไปแล้ว ก็แค่ลูกสาวบุญธรรมที่ถูกรับเลี้ยงมาแท้ ๆ คิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูตระกูลจวินที่สูงส่งจริง ๆ หรือไง? ในบรรดาพวกเรา ใครมีชาติตระกูลด้อยกว่าเธอบ้าง? จวินเช่อไม่สนใจพวกเราก็เรื่องหนึ่ง แล้วเธอมีสิทธิ์อะไรถึงไม่เห็นหัวพวกเราแบบนั้น?”
“พวกเราบอกว่าชื่นชมเธอ เธอก็เลยคิดว่าตัวเองสำคัญจริง ๆ สินะ”
“ดูเหมือนตระกูลจวินก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเธอเท่าไร ไม่อย่างนั้นคงไม่ปล่อยให้กลับไปตระกูลกู้ ทั้งยังให้เข้าวงการบันเทิงแบบนั้น เธอนี่ไม่รู้จักสถานะตัวเองเลยจริง ๆ หยิ่งผยองขนาดนี้ ไม่กลัวหรือไงว่าวันหนึ่งจะเสียตระกูลจวินที่คอยหนุนหลัง แล้วจะหาทางไปต่อยังไง!”
“ผู้หญิงดี ๆ ที่ไหนจะไปเข้าร่วมรายการแบบนั้นกับผู้ชายตั้งกลุ่มหนึ่งกันล่ะ ระหว่างรายการยังปิดไลฟ์ไปตั้งหลายครั้ง ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง”
จวินเช่อหยุดเดินแล้วหันไปมองคนกลุ่มนั้น
ฉู่อีอีจึงจำต้องหยุดตามไปด้วย
เธอคว้าข้อมือจวินเช่อไว้แล้วพูดเสียงเบา “คืนนี้เป็นงานฉลองวันเกิดครบรอบ 90 ปีของนายท่านผู้เฒ่าหรง อย่าก่อเรื่องเลย มีอะไรรอให้งานเลิกก่อนค่อยว่ากัน”
