ฉู่อีอีกับจวินเช่ออยู่ในประเทศเอ็นด้วยกันทั้งหมด 5 วัน
ระหว่างนั้น จวินเช่อได้รับเงินก้อนโต
มันคือเงินค่าชดเชยจากการเดิมพันว่าเธอจะเป็นผู้ชนะ
จวินเช่อเดิมพันไป 20,000 ล้าน ด้วยอัตราต่อรอง 35 เท่า จึงได้เงินกลับมาทั้งหมด 700,000 ล้าน
คนที่เดิมพันว่าเธอจะชนะไม่ได้มีแค่จวินเช่อ ยอดเงินเดิมพันรวมของทุกคนที่เลือกข้างเธอมีมากกว่า 100,000 ล้าน
กลุ่มเจ้ามือต้องจ่ายเงินชดเชยรวมกันกว่า 3,500,000 ล้าน
ยังดีที่คนที่เดิมพันว่าเธอจะชนะเป็นชาวหัวเซี่ยทั้งหมด เงินก้อนนั้นจึงไม่ใช่เงินดอลลาร์สหรัฐ ไม่อย่างนั้นพวกเจ้ามือคงจ่ายไม่ไหวแน่
โชคดีที่เจ้ามือมีหลายคน รวมแล้วมีนักลงทุนมากกว่า 50 คน แถมทุกคนยังมีชื่ออยู่ในทำเนียบมหาเศรษฐี หากยึดทรัพย์สินทั้งหมดของพวกเขา แล้วนำอสังหาริมทรัพย์ออกประมูล ก็น่าจะพอจ่ายเงินชดเชยได้เกือบครบ ส่วนที่ขาดธนาคารผู้ค้ำประกันจะสำรองจ่ายไปก่อน แล้วค่อยไปจับมหาเศรษฐีเหล่านั้นมาให้ชดใช้ด้วยร่างกาย
แต่ฉู่อีอีได้ยินว่าจวินเช่อเคยติดต่อกับคนของธนาคารตัวกลาง เขาขอลดเงินชดเชยลงส่วนหนึ่ง แลกกับการให้ธนาคารส่งตัวคนเหล่านั้นมาให้เขาจับเอง โดยไม่ต้องให้ธนาคารเข้ามายุ่ง
เพราะตอนที่มหาเศรษฐีกลุ่มนั้นขอให้ค้ำประกัน พวกเขาได้เซ็นสัญญากับมหาเศรษฐีเหล่านั้นไว้แล้ว หากทรัพย์สินของมหาเศรษฐีมีไม่พอจ่ายเงินชดเชย ธนาคารผู้ค้ำประกันก็มีสิทธิควบคุมตัวและจัดการพวกเขาได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงจัดการกับครอบครัวของพวกเขาด้วย โดยคนในครอบครัวต้องออกมาเซ็นชื่อและประทับตราด้วย
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าจ่ายเงินชดเชยไม่ไหว พวกเขาก็จะกลายเป็นทาสของผู้บริหารธนาคาร ทางธนาคารจะทำอะไรกับพวกเขาก็ได้
