“โดนซ้อมจนเอ๋อไปแล้วเหรอ?”
ฉู่อีอีเห็นฟู่ยวี้นอนนิ่งไม่ขยับ แววตาก็ดูเหม่อลอยอยู่บ้าง จึงอดขมวดคิ้วไม่ได้
เธอก็ไม่ได้ชกโดนหัวเขาสักหน่อย ทำไมถึงเอ๋อไปได้ล่ะ?
ฟู่ยวี้ได้สติกลับมา ก่อนยื่นมือไปจับข้อเท้าเธออย่างกระอักกระอ่วน
เขายกเท้าของเธอออกจากอกตัวเอง แล้วลุกขึ้นนั่งอย่างสุขุม
“ผมไม่ได้เอ๋อ ไม่เชื่อก็ลองถามอะไรผมดูสิ”
ฉู่อีอีถามว่า “วิธีแก้ปฏิทรรศน์ข้อมูลหลุมดำคืออะไร?”
ฟู่ยวี้: “……”
ฉู่อีอีว่า “ดูท่าจะเอ๋อจริง ๆ ด้วย”
ฟู่ยวี้ทั้งขำทั้งจนใจ
เขานั่งอยู่บนพื้น มองฉู่อีอีอย่างสงสัยแล้วถามว่า “ทำไมฝีมือการต่อสู้ของคุณถึงเก่งขนาดนี้? ผมมั่นใจในฝีมือตัวเองมาตลอด ไม่คิดเลยว่าจะสู้คุณไม่ได้”
ฉู่อีอีตอบว่า “เราเอาใจไปจดจ่อกับเรื่องไหน เรื่องนั้นก็จะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ”
“งานอดิเรกของฉันคือฝึกวิทยายุทธ์ ทุกวันฉันใช้เวลาฝึกเยอะมาก กำลังวังชาและฝีมือก็เลยดีกว่าคนทั่วไปหน่อย”
“นายทุ่มเทให้กับการค้าขาย ความสามารถด้านธุรกิจถึงได้สูง”
“นายยังฝึกจนเก่งได้ขนาดนี้ทั้งที่ใช้เวลาว่าง ถือว่ามีพรสวรรค์ไม่ธรรมดาแล้ว”
ฟู่ยวี้ส่ายหน้า ถอนหายใจแล้วว่า “ถ้าเทียบกับคุณก็ยังห่างกันเยอะ”
ฉู่อีอียิ้ม “เป็นคนอย่าโลภเกินไปสิ นายไม่ใช่ลูกรักของสวรรค์ จะไปหวังให้ตัวเองเก่งที่สุดทุกด้านได้ยังไง”
“ถึงฉันจะเก่งเรื่องต่อสู้ แต่ก็ทำธุรกิจไม่เป็น ส่วนเรื่องอื่น ๆ ต่อให้เคยเรียนมา ก็ไม่ได้โดดเด่นเป็นพิเศษ”
“สวรรค์ยุติธรรมมาก เราทุ่มเทกับเรื่องไหนมากที่สุด เรื่องนั้นก็จะเก่งขึ้น”
ฟู่ยวี้หัวเราะตาม “ไม่คิดเลยว่าคุณอายุยังน้อย แต่กลับมองอะไรได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้”
“ตอนอายุเท่าคุณ ผมเอาแต่ฝันว่าจะเป็นคนที่เก่งรอบด้าน”
ฉู่อีอีเหลือบมองเขา “อย่าพูดซะเหมือนนายแก่กว่าฉันตั้งเยอะสิ”
ฟู่ยวี้ถอนหายใจ
หกปี
ก็ห่างกันตั้งเยอะแล้ว
ฉู่อีอีกล่าวว่า “พักพอแล้วก็ออกไป อย่ามาขัดจังหวะฉันฝึกต่อ”
ฟู่ยวี้บอกว่า “ฝึกคนเดียวก้าวหน้าได้ยาก ผมพาคุณไปหาที่ฝึกต่อสู้จริงดีกว่า”
ฉู่อีอีตาเป็นประกาย “ยังจะรออะไรอีกล่ะ? นำทางเลย!”
ฟู่ยวี้ขับรถพาฉู่อีอีไปยังสนามฝึกใต้ดินแห่งหนึ่ง
