แววตาฟู่ยวี้เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ เขาจ้องใบหน้าฉู่อีอีในวิดีโออย่างเหม่อลอย
ฉู่อีอีอยู่กับผู้ชายคนหนึ่งจริง ๆ
แถมฉู่อีอียังสวมชุดนอนอยู่ด้วย
ผู้ชายคนนั้นยังพูดอะไรแบบนั้นอีก...
ถึงพวกเขาจะไม่ได้ทำอะไรกัน แต่การที่เธอสวมชุดนอนอยู่ในห้องเดียวกับผู้ชายคนนั้น ก็เพียงพอจะพิสูจน์แล้วว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่สนิทสนมกันแค่ไหน
แววตาฟู่ยวี้หม่นลงในทันที
เขาอ้าปากเหมือนจะพูด แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดอะไรสักคำ ก่อนกดออกจากวิดีโอคอลไปเลย
ทั้งหมดเกิดขึ้นในเวลาแค่หนึ่งหรือสองวินาที
“เอ่อ พี่อี พี่ทำธุระต่อเถอะ ฉันวางสายก่อนนะ วันไหนกลับมาแล้วค่อยฉลองให้พี่กัน”
หรงสือ เสิ่นหยวน และชิวเฟิงก็รีบออกจากวิดีโอคอลตามไปด้วย
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก ฉู่อีอีไม่มีโอกาสได้พูดเลย
เธอวางโทรศัพท์ลง เงยหน้ามองจวินเช่อ “นายจงใจใช่ไหม?”
จวินเช่อหยุดมือ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ในดวงตาใสกระจ่างมีแววไม่เข้าใจ “จงใจอะไร?”
“นายรู้อยู่แก่ใจ!”
“หมายถึงที่ฉันตัดเล็บเธอสั้นเกินไปหรือ? ทำไมถึงคิดว่าฉันจงใจตัดโดนเนื้อเธอล่ะ? ในสายตาเธอ ฉันเป็นคนเลวขนาดนั้นเลยเหรอ?”
เสียงเขาอู้อี้ ฟังดูน้อยใจอยู่หน่อย ๆ
ฉู่อีอีสูดหายใจเข้าลึก ๆ “ฉันหมายถึงคำพูดเมื่อกี้ของนาย!”
จวินเช่อดูงุนงงกว่าเดิม “คำพูดนั้นมีปัญหาอะไร? ฉันเผลอทำลึกเกินไป ก็เลยถามว่าเธอเจ็บไหม ฉันไม่รู้ว่าคำไหนมีปัญหา”
มุมปากฉู่อีอีกระตุก พูดอย่างหมดคำจะพูดว่า “เปลี่ยนคำว่า ‘ทำ’ เป็น ‘ตัด’ สิ!”
