ปัง——
เสียงระเบิดกึกก้องสะท้านฟ้า ควันหนาทึบปรากฏขึ้นอย่างอลังการ
เหล่าศิษย์หันไปมองยังทิศทางหนึ่งด้วยความหวาดผวา
ผ่านไปครึ่งค่อนวันแล้ว ครึ่งค่อนวันเต็ม ๆ
เสียงที่นั่นดังเปรี้ยงปร้างเป็นจังหวะ ราวกับจุดประทัดฉลองตรุษในโลกมนุษย์ พอลองถามถึงที่มา ก็มีศิษย์บางคนบอกว่าเป็นเรือนหลอมยาของศิษย์พี่ใหญ่
ศิษย์พี่ใหญ่หลอมยามาตั้งนาน ไม่เคยทำเตาหลอมระเบิดเลยสักครั้ง
เห็นได้ชัดว่าคนที่กำลังหลอมยาอยู่ไม่ใช่เขา
เป็นใครนั้นไม่ต้องบอกก็รู้
เสียงเตาหลอมระเบิดดังสนั่นขึ้นเรื่อย ๆ เมฆรูปเห็ดกลางเวหาก็ผุดขึ้นทีละก้อนใหญ่กว่าก้อนก่อน
เสียงครืนครั่นดังต่อเนื่องไม่ขาดสาย ผู้คนใกล้เรือนหลอมยาเห็นแสงขาววาบขึ้นครั้งหนึ่ง ทั้งสำนักสั่นสะเทือนถึงสามครา
จากนั้นเสียงดีใจอันสดใสของเด็กสาวก็ดังขึ้น “ศิษย์พี่ใหญ่ ข้าหลอมสำเร็จแล้ว”
เซิ่งฉางอานผู้ใส่ใจภาพลักษณ์มาโดยตลอด บัดนี้เสื้อผ้าเปื้อนเขม่าดำ เส้นผมยุ่งเหยิง ในมือยังหิ้วคนที่สกปรกและยุ่งเหยิงยิ่งกว่าไว้คนหนึ่ง
นางถูกเขาหิ้วตัวไว้ ใบหน้าขาวสะอาดมีรอยดำอยู่สองแถบ ทว่าดวงตากลับเป็นประกายเจิดจ้า นางยื่นเม็ดยาดำเกรียมกำใหญ่ที่เพิ่งหลอมได้ให้เขาดู
เซิ่งฉางอานวางนางลง “นี่คืออะไร”
“ยาตรึงแก่นไง”
“ใช่หรือ” เขาหยิบเม็ดยาขึ้นมาหนึ่งเม็ด แล้วโยนไปยังที่ไกลออกไป
เม็ดยาเม็ดเล็กตกลงบนพื้น ก่อนระเบิดดังตูม กลุ่มควันดำพวยพุ่งขึ้น เศษหินกระเด็นออกมาจากกลุ่มควัน กระแทกใส่ทั้งสองคนดังเปรี้ยงปร้าง เซิ่งฉางอานกางม่านพลังกั้นขึ้นขวางไว้ ก่อนยิ้มน้อย ๆ “ศิษย์น้องเก่งมาก”
ซูหว่านเจา “……”
“ต่อไปศิษย์พี่ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครมารังแกเจ้าแล้ว” เซิ่งฉางอานเช็ดใบหน้าเปื้อนเขม่าของนางอย่างอ่อนโยน ก่อนหยิบรากหญ้าบนศีรษะนางออกแล้วโยนทิ้ง
