เซี่ยงอู๋เว่ย: “……”
“หมอศักดิ์สิทธิ์เซวีย ท่านช่วยคนเช่นนี้ ไม่เท่ากับสนับสนุนผู้ร้ายหรอกหรือ!” เซี่ยงอู๋เว่ยยังไม่ยอมแพ้
“ฮึ……” หมอศักดิ์สิทธิ์เซวียมองเซี่ยงอู๋เว่ยอย่างเย็นชา “คนโบราณกล่าวไว้ว่า วิถีแห่งการแพทย์อยู่ที่เมตตา ตรวจรักษาเบื้องบนถึงองค์กษัตริย์และขุนนาง เบื้องล่างเยียวยาประชาชน พวกเราในฐานะแพทย์ย่อมไม่แบ่งแยกผู้ป่วยว่ามีฐานะสูงต่ำ ร่ำรวยยากจน หรือแก่เด็ก ล้วนต้องช่วยเหลืออย่างเท่าเทียมกัน”
หมอศักดิ์สิทธิ์เซวียเปิดประตูลงจากรถ ก่อนปิดประตู เขากล่าวเสริมอีกประโยคว่า “ส่วนที่เจ้าพูดเมื่อครู่ว่าสนับสนุนผู้ร้าย ในใจของแพทย์แล้ว ผู้คนมีเพียงความแตกต่างระหว่างผู้ป่วย ไม่มีแบ่งแยกดีชั่ว!”
หมอศักดิ์สิทธิ์เซวียปิดประตูรถ ไพล่มือไว้ด้านหลัง แล้วก้าวยาว ๆ ไปข้างหน้า “ส่งกันไกลแค่ไหนก็ต้องมีวันจากลา ท่านผู้เฒ่าเซี่ยงไม่มีธุระก็กลับไปเถิด!”
ขณะเดียวกัน เมื่อหลงเจิ้งอวิ๋นกับหลงหว่านซินเห็นหมอศักดิ์สิทธิ์เซวียในชุดคลุมสีเทาเดินมาหาพวกเขา สองพ่อลูกก็ตื่นเต้นจนดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา
“ผมหลงเจิ้งอวิ๋นแห่งหลงเจียง ขอร้องหมอศักดิ์สิทธิ์เซวียช่วยภรรยาผมด้วย” หลงเจิ้งอวิ๋นคุกเข่าลงทันที โขกศีรษะเสียงดังสามครั้ง พอเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง หน้าผากก็แตกจนเลือดไหลแล้ว
นี่คือฟางเส้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตเขา เขาต้องคว้าไว้ให้แน่น
“คุณปู่เซวีย ขอร้องล่ะ ช่วยแม่หนูด้วย ฮือ ๆ……” หลงหว่านซินคุกเข่าลงตาม ร้องไห้ออกมาทันที “ฮือ ๆ ขอร้องล่ะค่ะ คุณปู่เซวีย……”
เธอฉลาด รู้ว่าการเรียกเขาว่าคุณปู่อาจทำให้ได้รับความเห็นใจมากกว่าเรียกว่าหมอศักดิ์สิทธิ์
ช่วยไม่ได้ หมอศักดิ์สิทธิ์เซวียคือความหวังเดียวที่จะช่วยแม่ของเธอ
“พวกคุณไม่จำเป็นต้องทำถึงขนาดนี้ รีบลุกขึ้นเถอะ!” หมอศักดิ์สิทธิ์เซวียยื่นมือไปจับแขนหลงเจิ้งอวิ๋น
“หมอศักดิ์สิทธิ์เซวีย ขอเพียงท่านยอมช่วยภรรยาผม ต่อให้ต้องทำให้ตระกูลหลงสิ้นเนื้อประดาตัว ผมก็ยินดี” เมื่อเห็นหมอศักดิ์สิทธิ์เซวียยังไม่ตอบตกลง หลงเจิ้งอวิ๋นก็ยังนอนแหมะอยู่บนพื้นไม่ยอมลุก
