จอมยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ทั้งแปดคนพุ่งเข้าโจมตีจีเซียงกับหยู่อี้พร้อมกันจากแปดทิศทาง
ทว่าเมื่อพวกเขาพุ่งไปได้ห่างจากจีเซียงกับหยู่อี้เพียงสิบเมตร จู่ ๆ ก็ชนเข้ากับกำแพงที่มองไม่เห็น
“อ๊าก...” ทั้งแปดคนร้องโหยหวนพร้อมกัน ก่อนจะถูกกระแทกกระเด็นถอยหลังออกไป
ทั้งแปดคนถูกค่ายกลของจีเซียงกับหยู่อี้กระแทกจนลอยถอยไปไกลกว่าสิบเมตร จึงปรับท่าทางกลางอากาศและลงพื้นได้อย่างทุลักทุเล
บางคนลงพื้นได้ค่อนข้างมั่นคง บางคนเซถอยหลังไปหลายก้าวกว่าจะยืนได้มั่นคง กระทั่งมีสองคนที่หลังจากลงพื้นแล้วก็ยังทรงตัวไม่อยู่ หัวทิ่มลงไปกองกับพื้น
วูบ!
ในจังหวะนั้นเอง ม่านแสงสีทองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นวาบหนึ่งรอบร่างของจีเซียงกับหยู่อี้ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
นี่คือปรากฏการณ์ที่ค่ายกลคุ้มกันแสดงออกมาเมื่อถูกโจมตีและเปิดใช้งานการป้องกันโดยอัตโนมัติ
มันกำลังเตือนคนอื่นว่า ที่แห่งนี้มีค่ายกล ห้ามบุกรุกหากไม่ได้รับอนุญาต!
“ค่ายกลคุ้มกันแข็งแกร่งจริง ๆ!” เสียงอุทานดังขึ้นรอบด้าน
ค่ายกลที่สามารถกระแทกจอมยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ทั้งแปดคนให้กระเด็นไปไกลกว่าสิบเมตรพร้อมกันได้ ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปจะจัดวางขึ้นมาได้
เดิมทีค่ายกลเป็นวิชาที่สืบทอดมาจากยุคโบราณ ในยุคปัจจุบันยังไม่มีใครสร้างค่ายกลขึ้นมาใหม่ได้ ดังนั้นโดยทั่วไปจึงมีเพียงตระกูลเก่าแก่เท่านั้นที่รู้จักค่ายกล
เมื่อเห็นว่าค่ายกลของหญิงสาวทั้งสองแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ผู้คนที่มามุงดูอยู่ตรงนั้นก็อดรู้สึกหวาดกลัวจีเซียงกับหยู่อี้ขึ้นมาไม่ได้
“ไม่รู้ว่าทั้งสองคนเป็นศิษย์เอกจากสำนักไหน ถึงได้จัดวางค่ายกลคุ้มกันที่แข็งแกร่งขนาดนี้ได้”
“ใช่แล้ว คนที่จัดวางค่ายกลเช่นนี้ได้ ย่อมมีภูมิหลังไม่ธรรมดาแน่!”
“นั่นสิ! ถ้าตระกูลเล็ก ๆ ทั่วไปได้ค่ายกลแบบนี้มา ก็มีอำนาจครองถิ่นได้แล้ว”
“ตาบอดหรือไง ตระกูลเล็ก ๆ ที่ไหนจะบ่มเพาะจอมยุทธ์ขั้นปรมาจารย์อายุน้อยขนาดนี้ได้ถึงสองคน!”
“ก็จริงอย่างที่ว่า หญิงสาวทั้งสองอายุยังน้อยแต่กลับบรรลุถึงขั้นปรมาจารย์แล้ว ตระกูลหรือสำนักที่พวกนางสังกัดอยู่คงไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะไปหาเรื่องได้...”
