ชินอิงหลับไปอีกครั้ง
นางยืนอยู่บนที่รกร้างสีแดงฉานอีกครั้ง
ฝ่าเท้าเปล่าจมอยู่ในชั้นเถ้าคล้ายสปอร์ สูงท่วมข้อเท้า
ชินอิงดูราวกับมดตัวจ้อยที่ยืนอยู่กลางสวน รอบด้านมีใบหญ้ายักษ์สูงสามสี่เท่าตัวคน
ต่างจากคราวก่อนที่เข้าสู่ห้วงฝัน คราวนี้ชินอิงรู้ชัดว่าตนกำลังฝันอยู่ จึงทำอะไรตามใจโดยไม่ยำเกรง
นางเขย่งปลายเท้าสังเกตพืชที่เรียกว่าเต้าหมิงเมิ่งฉ่าว พลางพินิจใบไม้ขนาดมหึมาของมันอย่างละเอียด
หันมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นร่องรอยของเถามารเงา ชินอิงชะงักไปครู่หนึ่ง
นางลองเรียกหยั่งเชิงว่า “หานเลี่ย!”
เสียงของนางดังก้องสะท้อนอยู่ทั่วที่รกร้างอันว่างเปล่า
ร้องเรียกติดกันหลายครั้ง ใจของชินอิงก็ค่อย ๆ จมดิ่ง
หานเลี่ยไม่ตอบรับเสียงเรียกของนาง
เป็นเพราะเรียกผิดวิธี หรือครั้งก่อนเป็นเพียงเหตุบังเอิญ?
ขณะที่นางย่อตัวลงขุดดิน ตัดสินใจค้นหาความจริงด้วยตนเอง จู่ ๆ ก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นจากเบื้องหลัง
“ท่านเทพผู้สูงศักดิ์ ท่านเรียกข้าน้อยหรือขอรับ?”
ชินอิงดีใจ หันไปก็เห็นชายร่างสูงใหญ่คนหนึ่งยืนอยู่เบื้องหลัง เนื้อตัวเปื้อนโคลนจนดูราวกับมนุษย์ดิน
โคลนที่แห้งไปครึ่งหนึ่งพอกเต็มใบหน้าของผู้มาใหม่จนมองไม่ออกว่าจมูกตาอยู่ตรงไหน แต่ฟังจากเสียงแล้ว คนที่มาคือหานเลี่ยจริง ๆ
