วันที่ถูกคุณชายพี่แบกออกจากกองละคร วงการปักกิ่งถึงกับระเบิด

บทที่ 4 京城壹号院

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 4 京城壹号院

เช้าตรู่

แสงอาทิตย์ส่องผ่านกรอบหน้าต่างเข้ามา ตกลงบนพื้นไม้ของบ้านเก่าเป็นประกายระยิบระยับ

สวีชิงอวีพลิกตัว ผ้าห่มผ้าไหมเลื่อนลงจากหัวไหล่ เผยให้เห็นไหล่และลำคอขาวผ่องดั่งหยก

เธอซุกหน้าลงในหมอนอย่างงัวเงีย ผมยาวสยายเต็มเตียง

นี่เป็นเช้าแรกที่เธอกลับมาถึงประเทศ

ประตูห้องนอนถูกเคาะเบา ๆ เมิ่งชิงอู๋เดินเข้ามาพร้อมกับน้ำผึ้งอุ่น ๆ เห็นลูกสาวขดตัวเหมือนแมวขี้เกียจอยู่ในผ้าห่ม ก็อดหัวเราะไม่ได้

“เสี่ยวอวีร์เอ๋อ ตื่นได้แล้ว”

“แม่จ๋า...” เสียงของสวีชิงอวีอู้อี้ งัวเงียอย่างนุ่มนวล “หนูขออีกห้านาทีนะ”

“พ่อเธอรออยู่ข้างล่างนะ”

เมิ่งชิงอู๋เดินเข้าใกล้เตียง ปลายนิ้วค่อย ๆ สางผมยาวที่สยายของลูกสาว “บอกว่ามีของจะให้ ดีใจจนตื่นตั้งแต่เช้า”

สวีชิงอวีจึงค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ดวงตากลมโตคู่สวยปริ่มไปด้วยน้ำหมอก มองแม่ด้วยท่าทางน่าสงสาร “ปรับเวลานอนน่ะ...”

เมิ่งชิงอู๋บีบแก้มเธอด้วยความสงสาร “ตื่นเร็วสิ ตาบวมเชียว”

สวีชิงอวีใส่รองเท้าแตะเดินลงบันไดมา ยังคงสวมชุดนอนผ้าไหมสีครีมอยู่ ผมยาวสีน้ำตาลอ่อนปล่อยสยายตามสบาย ไร้เครื่องสำอางแต่ผิวก็ยังคงขาวเปล่งประกาย

สวีฉีเยว่นั่งอยู่ในห้องรับแขก บนโต๊ะกาแฟตรงหน้ามีเอกสารสองชุดวางอยู่

เมื่อเห็นลูกสาวเดินลงมา ดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มทันที “มาเลย นั่งนี่”

สวีชิงอวีเดินไปนั่งข้างพ่ออย่างว่าง่าย ร่างนุ่มนิ่มเอนกายเข้าหาเขาเล็กน้อย น้ำเสียงหวานราวกับเคลือบน้ำผึ้ง “อะไรเหรอคะ ลึกลับจัง”

“ชุดแรก เป็นหุ้นห้าเปอร์เซ็นต์ของบริษัทตระกูลสวี” สวีฉีเยว่เลื่อนเอกสารมาให้ “ไม่มากหรอก เป็นเงินค่าขนมของเสี่ยวเป่า”

สวีชิงอวีอึ้งไปเล็กน้อย

“ชุดที่สอง เป็นบ้านที่京城壹号院” เขาวางพวงกุญแจลงบนโต๊ะกาแฟ “ชั้น 32 ตอนพ่อคุมการตกแต่งอยู่หนึ่งปี ดูสิว่าลูกชอบไหม”

“พ่อคะ...” เสียงของสวีชิงอวีอ่อนลง ขอบตาเริ่มแดงระเรื่อ

“ลูกโตแล้ว ต้องมีพื้นที่ของตัวเอง”

สวีฉีเยว่ตบมือลูกสาวเบา ๆ “พ่อรู้ว่าลูกไม่ขาด แต่พ่อให้เพราะใจ ห้ามปฏิเสธ”

เมิ่งชิงอู๋ยิ้มและพยักหน้าอยู่ด้านข้าง “พ่อของลูกพร่ำบ่นมาหลายวันแล้ว บอกว่าเด็กสาวก็ควรมีที่ของตัวเอง”

สวีชิงอวีก้มลงมองพวงกุญแจในมือ ปลายนิ้วค่อย ๆ ลูบเบา ๆ ในใจพลันอบอุ่นขึ้นมา

ชาติที่แล้ว เธออาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดไม่กี่สิบตารางเมตร หน้าต่างหันไปทางทิศเหนือ หน้าหนาวหนาวแทบตาย

“ถ้างั้น...” เธอเงยหน้าขึ้น เสียงนุ่มนวลแต่แฝงความตั้งใจ “แม่คะ หนูอยากย้ายออกไปอยู่ข้างนอก”

ดวงตาของเมิ่งชิงอู๋หมองลงเล็กน้อย แต่ก็ยิ้มออกมาอย่างรวดเร็ว “แม่รู้ว่าลูกจะพูดแบบนี้ แม่ไม่ห้ามลูกหรอก”

“งานของหนูไม่เป็นเวลา บางทีก็ถ่ายละครถึงตีหนึ่งตีสอง กลับมาก็กลัวจะรบกวนพ่อกับแม่”

สวีชิงอวีค่อย ๆ จับมือแม่ไว้ ปลายนิ้วนุ่มละเอียด แฝงความออดอ้อน

“ได้”

สวีฉีเยว่ตอบอย่าง爽快 “แต่ว่าต้องให้ป้าที่บ้านไปทำอาหารกับทำความสะอาดให้ อยู่คนเดียวจะปล่อยปละละเลยไม่ได้”

สวีชิงอวีหรี่ตายิ้ม ใบหน้างดงามพลันมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที “โอเคค่ะ~ขอบคุณคุณพ่อคุณแม่นะคะ”

-

บ่ายวันนั้น สวีชิงอวียืนอยู่ที่ชั้น 32 ของ京城壹号院 ได้เห็นบ้านใหม่ของเธอเป็นครั้งแรก

ทั้งชั้นนี้เป็นของเธอ ลิฟต์ตรงเข้าบ้าน

ตรงโถงทางเข้ามีกำแพงหินอ่อนอิตาลี ลายเส้นสีเทาเรียบหรู

เดินเข้าไปข้างใน ห้องนั่งเล่นใหญ่พอจัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ได้ หน้าต่างบานสูงจากพื้นจรดเพดานเผยให้เห็นเส้นขอบฟ้าที่คึกคักที่สุดของนครหลวง ตึกรามสูงเสียดฟ้า รถราวิ่งขวักไขว่

เธอค่อย ๆ เดินผ่านทุกห้อง

ครัวไทยและครัวฝรั่งครบครัน ตู้ไวน์และบาร์กินพื้นที่ครึ่งหนึ่งของห้องนั่งเล่น โซฟาในห้องดูหนังยังใหญ่กว่าเตียงที่บ้านเก่าของเธออีก

ห้องแต่งหน้ามีแสงดีเยี่ยม กระจกเต็มผนัง ห้องออกกำลังกายและห้องเต้นรำปูพื้นยางกันลื่นสำหรับมืออาชีพ

สิ่งที่ทำให้เธอละสายตาไม่ได้คือห้องเสื้อผ้า

ดูด้วยสายตาคงประมาณสามร้อยตารางเมตร เหมือนห้องแสดงสินค้าขนาดย่อม ตู้เสื้อผ้าสูงจรดเพดานทั้งสี่ด้าน ตรงกลางเป็นตู้กระจกสำหรับวางเครื่องประดับโดยเฉพาะ

แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างบานสูงเข้ามา ทั้งพื้นที่สว่างไสวและโปร่งโล่ง

ห้องนอนใหญ่อยู่ทางทิศใต้ ติดกับห้องเสื้อผ้า ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป สวีชิงอวียืนมองอยู่ที่หน้าประตูนานทีเดียว

ทุกรายละเอียดประณีตและอบอุ่น ผ้าม่านเป็นสองชั้น เครื่องนอนสัมผัสนุ่มเหมือนผิวทารก

อยู่ ๆ เธอก็รู้สึกจมูกร้อนผ่าว

นี่คือห้องที่พ่อคอยดูแลการตกแต่งอยู่หนึ่งปี เต็มไปด้วยความรักที่พ่อมีต่อลูกสาว

เธอโทรหาผู้ช่วยอวีเยียน

“เสี่ยวอวี๋ เอาพวกเสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า เครื่องประดับที่ฉันส่งมาจากอังกฤษทั้งหมดมาส่งที่นี่ แล้วก็ติดต่อผู้จัดระเบียบของมืออาชีพด้วยนะ เอาที่แพงที่สุดน่ะ”

ปลายสายอวีเยียนตอบรับอย่างรวดเร็ว “ได้เลยค่ะเจ้านาย จัดให้เดี๋ยวนี้เลย”

สองชั่วโมงต่อมา อวีเยียนมาถึงพร้อมพนักงานหกคนและตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้

ยังมีหญิงวัยกลางคนแต่งตัวดีตามมาด้วย แนะนำตัวเองว่าเป็นที่ปรึกษาตู้เสื้อผ้าส่วนตัวที่แพงที่สุดในนครหลวง นามสกุลโจว

“สวัสดีค่ะคุณสวี”

คุณโจวขยับแว่น กวาดตามองห้องเสื้อผ้า “ดิฉันเข้าใจความต้องการของคุณแล้วค่ะ ภายในสามวัน ดิฉันจะทำให้ห้องเสื้อผ้าของคุณอยู่ในสภาพที่ใช้งานได้สะดวกสบายที่สุด”

สวีชิงอวีพิงขอบประตู นิ้วเรียวงามเขี่ยผมยาวเล่นตามสบาย

เสียงเนือย ๆ “ฉันชอบให้แยกตามสี เสื้อนอก เสื้อตัวใน กระโปรง กางเกงต้องแยกกัน”

“กระเป๋าก็เรียงตามยี่ห้อและขนาด เครื่องประดับก็แยกตามวัสดุและโอกาส”

เธอเว้นจังหวะเล็กน้อย หางตายกขึ้นนิด ๆ “ฉันเปลี่ยนชุดทุกวัน คุณต้องทำให้ฉันมองเห็นทุกอย่างได้ในครั้งเดียว”

คุณโจวพยักหน้า “เข้าใจค่ะ”

อวีเยียนยืนดูอยู่ข้าง ๆ อดตกใจไม่ได้ บ่นพึมพำเบา ๆ “เจ้านาย ห้องเสื้อผ้าคุณใหญ่กว่าห้องเช่าทั้งหลังของฉันอีก...”

“งั้นก็ย้ายมาอยู่ด้วยกันสิ” สวีชิงอวีแกล้งแหย่เธอ

“ไม่ดีกว่าค่ะ ไม่ดีกว่า” อวีเยียนโบกมือรัว “หนูกลัวไปทำของแบรนด์เนมของคุณพัง ขายหนูก็ชดใช้ไม่ไหว”

สวีชิงอวีถูกเธอทำให้หัวเราะ คิ้วตางดงามโค้งลง ดูนุ่มนิ่มน่ารัก

สามทุ่มตรง พนักงานทั้งหมดถอนตัวออกไป บ้านหลังใหญ่เหลือเพียงสวีชิงอวีคนเดียว

เธอเดินเข้าห้องน้ำในห้องนอนใหญ่ ทั้งห้องน้ำปูด้วยหินอ่อนสีเทา ตรงกลางเป็นอ่างอาบน้ำวนทรงกลม หันหน้าเข้าหากระจกบานใหญ่แบบเห็นข้างเดียว

นอกหน้าต่างเป็นทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่สุกสกาวของนครหลวง แสงนีออนไหลเวียน แสงไฟจากบ้านเรือนนับหมื่น

เธอถอดเสื้อผ้า ก้าวเท้าลงในอ่างอาบน้ำ

น้ำพุร้อนอุ่น ๆ โอบล้อมทั่วร่าง ทุกตารางนิ้วของผิวหนังกำลังยืดคลาย รูขุมขนเปิดกว้าง ดูดซับสารอาหารอย่างตะกละตะกลาม

เธอพิงขอบอ่าง ผมยาวสยายบนผิวน้ำ ใบหน้าถูกอบด้วยไอน้ำจนชมพูระเรื่อ ราวกับลูกท้อสุกงอม

นอกหน้าต่างคือแสงไฟจากบ้านเรือนนับหมื่นของนครหลวง

เธอมองดูจุดแสงเหล่านั้น พลันรู้สึกเลือนลาง

ชาติที่แล้ว เธอก็เป็นหนึ่งในแสงไฟเหล่านั้น อาศัยอยู่ในห้องเช่าคับแคบ อดหลับอดนอนเพื่อบทตัวประกอบบทหนึ่ง

ไม่มีครอบครัว ไม่มีที่พึ่งพา มีเพียงตัวเอง

ตอนนี้ เธอมีพ่อแม่ที่รักใคร่ พี่ชายพี่สาวที่ปกป้อง ข้างหลังยังมีทีมงาน มีแฟนคลับที่สนับสนุนเธออีกมากมาย...

สวีชิงอวีหลับตาลง ขนตายาวสั่นระริกเปียกชื้นเล็กน้อย

ตัวเธอในชาติก่อน เหมือนจะเดินจากไปไกลแล้วจริง ๆ

เธอแช่ตัวในอ่างอาบน้ำยี่สิบนาที ออกมาแล้วรู้สึกผ่อนคลายทั่วร่าง ผิวพรรณเปล่งประกายแวววาว แม้แต่เส้นผมก็ยังนุ่มขึ้นหลายส่วน

เธอเปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมไหม นอนลงบนเตียงใหญ่ในห้องนอน

เครื่องนอนเป็นผ้าฝ้ายอียิปต์นำเข้าจากอิตาลี นุ่มลื่นเหมือนผิวทารก ผ้าห่มเป็นผ้านวมขนห่านสั่งทำพิเศษ น้ำหนักเบาและอบอุ่น ห่มแล้วเหมือนถูกห้อมล้อมด้วยก้อนเมฆ

บนโต๊ะข้างเตียงมีเครื่องพ่นกลิ่นอโรม่าตั้งไว้ กลิ่นชาขาวจาง ๆ อบอวลอยู่ในอากาศ

สวีชิงอวีหดตัวอยู่ในผ้าห่ม โผล่ออกมาเพียงใบหน้าเล็ก ๆ ขาวเนียน

เธอมองเพดาน

อยู่ ๆ ก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มแห่งความอิ่มเอมใจและความสุขที่เอ่อล้นจากก้นบึ้งของหัวใจ

“ราตรีสวัสดิ์ สวีชิงอวี” เธอเอ่ยเสียงเบา

แล้วหลับตาลง นอนหลับอย่างสบายใจ

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com