“เฉียวเฉียว เธอได้ใบขับขี่หรือยัง?”
“สมัครเรียนแล้วน่ะ”
“ฉันถามว่าได้ใบขับขี่หรือยัง?”
สีเฉียวจ้องถนนเบื้องหน้า “ยังสอบภาคปฏิบัติรอบสามไม่ผ่าน”
หลัวจิ่งถึงกับลืมเก็บแก่นผลึกที่กลิ้งตกไปอยู่ใต้เบาะ เสิ่นชิงเหอเงยหน้าขึ้น ส่วนเจียงหลินชวนก็ยกแว่นที่ถูกกระแทกจนเอียงให้เข้าที่
“ฉันสอบภาคปฏิบัติรอบสองผ่านตั้งแต่ครั้งแรกนะ!” สีเฉียวรีบเสริม
“รีบเปลี่ยนคนขับเลย” หลัวจิ่งเป็นคนแรกที่ร้องขึ้นมา “เร็วเข้า!”
เสิ่นชิงเหอพูดตามมาติด ๆ “เห็นด้วย”
เจียงหลินชวนกล่าวว่า “สนับสนุน”
หานเฉิงเยว่จับมือเกาะเพดานรถ “เปลี่ยนเถอะ”
เหวินเซียวพูดตรง ๆ ยิ่งกว่าใคร “ฉันขับเอง”
สีเฉียวไม่ยอมแพ้ “เมื่อกี้แค่ถนนไม่เรียบ ฉันขับไม่มีปัญหาสักหน่อย”
เซี่ยถิงหลานมองระยะห่างจากรถคันหน้า “จอดข้างทาง”
หกเสียงต่อหนึ่งเสียง
สีเฉียวจอดรถอย่างจำใจ แล้วสละที่นั่งคนขับให้เหวินเซียว
เธอถูกไล่ไปนั่งเบาะหลัง กอดอกลงนั่งข้างเซี่ยถิงหลาน ปากยังพึมพำเบา ๆ “ฉันขับได้นิ่งจะตาย”
เซี่ยถิงหลานมองเธออย่างขบขัน ก่อนยื่นห่อกระดาษให้
“อะไรเหรอ?” สีเฉียวถามอย่างไม่เข้าใจ
“เนื้อไก่ฟ้าฉีกนภาที่ทำไว้เมื่อเช้า”
สีเฉียวเปิดห่อกระดาษ ข้างในเป็นเนื้อแห้งหั่นเป็นเส้นเล็ก ๆ ย่างจนหอมกรอบ ทั้งยังโรยงาไว้ด้านบน
“ให้ฉันเหรอ?”
“อืม”
สีเฉียวหยิบขึ้นมาชิมเส้นหนึ่ง ดวงตาพลันโค้งหยี “อร่อยจัง”
เซี่ยถิงหลานถาม “ยังน้อยใจอยู่ไหม?”
“ฉันไม่ได้น้อยใจสักหน่อย” สีเฉียวเคี้ยวเนื้อแห้งพลางแก้ต่างอย่างมั่นใจ “แค่คิดว่าพวกคุณเข้าใจฝีมือการขับรถของฉันผิดไป”
“อืม” เซี่ยถิงหลานไม่ได้แย้ง “คราวหน้าค่อยให้เธอขับอีก”
สีเฉียวหันขวับมามองเขาทันที “จริงนะ?”
