“ทุกคนพักก่อน เดี๋ยวค่อยออกไปหาซอมบี้ฝึกมือ หลินชวนกับชิงเหอพยายามใช้พลังพิเศษให้เต็มที่ เฉียวเฉียวก็เหมือนกัน”
แม้แต่ตัวเขาเองก็ปลุกพลังพิเศษได้แล้ว แต่ยังควบคุมได้ไม่ดี ใช้พลังพิเศษขึ้นมาอาจยิ่งทำให้สถานการณ์วุ่นวาย
ทุกอย่างต้องอาศัยการฝึกฝนเท่านั้น
เมื่อพักจนหายเหนื่อยแล้ว ทั้งกลุ่มก็เริ่มกวาดล้างซอมบี้ที่อยู่ไกลออกไปอีกหน่อย ในยามที่ดวงอาทิตย์คล้อยต่ำ
นิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ถูกทิ้งร้างมานานกว่าหนึ่งปี วัชพืชสองข้างทางสูงเลยเข่าไปแล้ว
เหวินเซียวเดินนำอยู่หน้าสุด จู่ ๆ ก็หยุดกึก ยกมือส่งสัญญาณ
ตรงหน้าคืออู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง ประตูม้วนเอียงค้างอยู่กลางอากาศ ด้านในมีเสียงครูดดังเป็นระยะ ราวกับเล็บกำลังขูดแผ่นเหล็ก ฟังแล้วเสียวฟัน
หลัวจิ่งหยิบเครื่องสร้างภาพแรงสั่นสะเทือนของโครงสร้างขนาดเท่าฝ่ามือออกจากกระเป๋าข้าง กดตั้งค่าอยู่ครู่หนึ่ง จุดแสงแปดจุดก็ปรากฏบนแผนผังอาคารแบบย่อ
“ชั้นหนึ่งมีสัญญาณเคลื่อนไหวหกจุด ชั้นสองอีกสอง ข้างในมีซอมบี้อย่างน้อยแปดตัว” หลัวจิ่งแตะจุดแสงที่กะพริบถี่กว่าจุดอื่น “ตัวนี้มีค่าพลังงานสูงกว่า ความเร็วก็ไวมาก น่าจะเป็นซอมบี้ระดับสอง”
เซี่ยถิงหลานกดฝ่ามือลงเป็นสัญญาณให้แยกย้าย ทันใดนั้นทีมก็อ้อมไปคนละด้าน
สีเฉียวกำกระบองยืดหดได้ เดินตามเยื้องไปด้านหลังของเซี่ยถิงหลาน
ซอมบี้หลังประตูได้ยินเสียงก็พุ่งออกมา
ตัวแรกเพิ่งโผล่พ้นประตูมาได้แค่ครึ่งตัว ดาบของเหวินเซียวก็แทงจากใต้คาง ปลายดาบทะลุเข้าไปในกะโหลก เขาชักดาบถอยออกมา ซอมบี้ที่เหลือด้านในก็เหยียบศพเบียดกันออกมา
เจียงหลินชวนยืนอยู่ด้านหลัง แผ่พลังจิตกดไปยังปากประตู
