“ฉันนึกว่านายจะกลายเป็นเจ้าชายนิทราเสียแล้ว!”
หลัวจิ่งโยนของในมือลงแล้วพุ่งเข้ามา เขาเดินวนดูเซี่ยถิงหลานรอบหนึ่ง พอแน่ใจว่าอีกฝ่ายยืนอยู่ตรงนี้อย่างปลอดภัยดี ไหล่ที่เกร็งอยู่ถึงค่อยผ่อนลง
“ฟื้นเมื่อไหร่? ทำไมไม่มีใครบอกฉัน?”
เจียงหลินชวนตอบว่า “ฟื้นแล้วก็รีบมาหานายเลย”
“โห ฉันสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ!”
แหะ ๆ...หลัวจิ่งเกาหัว แบบนี้ก็เขินแย่สิ
ไม่นานเขาก็นึกเรื่องอื่นขึ้นมาได้ จึงยืดอกอย่างตื่นเต้น “หัวหน้า นายฟื้นได้จังหวะพอดีเลย ช่วงหลายวันนี้พลังธาตุไม้ของฉันเพิ่มเร็วมาก ใกล้จะแตะระดับห้าแล้ว ขอเวลาอีกหน่อย บางทีฉันอาจเป็นคนแรกในทีมรองจากเฉียวเฉียวที่ขึ้นระดับห้าก็ได้”
เซี่ยถิงหลานเอ่ยว่า “ฉันขึ้นระดับห้าแล้ว”
รอยยิ้มภูมิใจบนหน้าหลัวจิ่งแข็งค้าง
“ระดับห้าอะไร?”
“สายพลังจิต”
หลัวจิ่งราวกับถูกฟ้าผ่า
เขาอุตส่าห์กินเนื้อหมูป่าเขี้ยวยักษ์เกราะเหล็กไปตั้งมากมาย ถึงเพิ่งแตะขอบระดับห้าได้ เซี่ยถิงหลานนอนอยู่ตั้งหนึ่งสัปดาห์ พอลืมตาขึ้นมาก็กลายเป็นระดับห้าแล้วเนี่ยนะ?
มันสมเหตุสมผลตรงไหน? ยุติธรรมตรงไหน?
สีหน้าของเขาอ่านง่ายมาก เจียงหลินชวนจึงเตือนด้วยความหวังดี “นายพุ่งจากระดับหนึ่งขึ้นระดับสี่ ยังจะมาคุยกับหัวหน้าเรื่องความสมเหตุสมผลกับความยุติธรรมอีกเหรอ?”
หลัวจิ่งกุมอก “ฉันไม่สน! เดิมทีฉันน่าจะเป็นคนที่สองที่ขึ้นระดับห้า แต่ตอนนี้หมดโอกาสแล้ว หัวหน้า นายต้องชดเชยให้ฉัน!”
ในเมื่อโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เซี่ยถิงหลานจะเดาไม่ออกได้อย่างไรว่าเขากำลังคิดอะไร
“ได้ยินมาว่านายทำกับข้าวไม่อร่อย”
