สายตาของเซี่ยถิงหลานพลันดับวูบ ลมที่รวมตัวกันสลายไปทันที ดาบในมือแทบหลุด เขาทรุดเข่าข้างหนึ่งลงบนพื้นซีเมนต์อย่างแรง ปลายดาบครูดพื้นจนเกิดประกายไฟ เลือดคำหนึ่งพุ่งออกจากปาก ไหลจากปลายคางลงไปหยดในคอเสื้อ
เขาพยายามลุกขึ้น แต่แขนที่ยันพื้นกลับไร้เรี่ยวแรง
“เซี่ยถิงหลาน!”
สีเฉียวพุ่งเข้าไปขวางหน้าเขา กระบองยืดหดได้ฟาดใส่สิ่งที่กำลังบุกเข้ามาจากความมืดติด ๆ กัน
หนึ่งที สองที
ทุกครั้งเธอมุ่งฟาดใส่เข่า ข้อศอก และข้างลำคอ เธอไม่รู้ว่ามันจะบาดเจ็บจริงไหม แต่รู้เพียงว่าจะปล่อยให้มันเข้าใกล้คนที่อยู่ข้างหลังไม่ได้
ที่นี่ไม่ใช่โลกอันสงบสุขที่เธอเคยใช้ชีวิตอยู่
ไม่มีใครรับประกันได้ว่าอันตรายจะไม่มาถึงตัวเธอ หากเธอถอย ก็ต้องมีคนมาขวางแทน ต้องหลั่งเลือดแทน หรือถึงขั้นตายแทน
ยังจะคิดอะไรอีกล่ะ?
ล้มมันก่อน!
ซอมบี้พุ่งเข้ามาอีกครั้ง สีเฉียวฟังหลัวจิ่งบอกตำแหน่ง จังหวะที่มันลงเท้า เธอก็เบี่ยงตัวฟาดกระบองยืดหดได้เข้าใส่ข้อพับเข่าของขาข้างที่บาดเจ็บอย่างแรง
ในที่สุดมันก็ทรุดลงไปคุกเข่า
สีเฉียวไม่รีบร้อนใช้คมมีดมิติ เธอย่อตัวหลบมือที่คว้ามา แล้วเหวี่ยงกระบองยืดหดได้จากล่างขึ้นบน กระแทกเข้าที่คางของมันเต็มแรง
ศีรษะมันหงายไปด้านหลัง เผยให้เห็นลำคอ
ตอนนี้แหละ!
เธอยกมือขึ้น
คมมีดมิติไร้รูปร่างเพิ่งรวมตัวได้ แต่จู่ ๆ สมองของเธอก็วิงเวียน คมมีดมิติสลายไป
ซอมบี้โจมตีเข้ามา สีเฉียวกลิ้งตัวไปกับพื้นอย่างทุลักทุเล หลบพ้นการโจมตีได้
ซอมบี้พุ่งเข้าใส่สีเฉียวอีกครั้ง
เธอทำได้เพียงรวบรวมพลังพิเศษที่สลายไปกลับมา แล้วถือกระบองยืดหดได้พุ่งเข้าปะทะ กระบองกระแทกกรงเล็บให้เบี่ยงออก แต่แรงมหาศาลก็ผลักเธอถอยไปหลายก้าว ง่ามนิ้วโป้งสั่นชาจนแทบไร้ความรู้สึก
เซี่ยถิงหลานยังคงคุกเข่าอยู่ข้างกำแพง พลังโจมตีทางจิตที่กดทับอยู่ในสมองยังคงแทรกซึมเข้ามา เขาขยับตัวไม่ได้
