“ก็ฉันดีใจเกินไป จนเผลอลืมตัวไปชั่วขณะนี่นา”
เสิ่นชิงเหอชี้ไปทางประตู “ออกไปดีใจข้างนอก”
หลัวจิ่งลูบท้ายทอย แล้วเดินออกไปอย่างว่าง่าย พอไปถึงลานโล่ง เขาก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง ยกมือเล็งไปยังเศษเหล็กที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่เมตร
สายฟ้าสีขาวอมฟ้าพุ่งออกไป ระเบิดใส่เศษเหล็กจนไหม้เกรียมเป็นปื้น
“พลังสายฟ้า!”
เขากระโดดลุกขึ้นจากพื้นทันที เอวก็ไม่ปวดแล้ว ร่างกายก็ไม่เจ็บอีก
“ฉันว่าแล้ว ในนิยายวันสิ้นโลกสิบเรื่อง มีตั้งแปดเรื่องที่ตัวเอกใช้พลังสายฟ้า ฉันนี่ไม่ธรรมดาจริง ๆ!”
หานเฉิงเยว่กับเหวินเซียวได้ยินเสียง จึงเดินออกมาจากหลังตู้คอนเทนเนอร์ พอเห็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบอยู่ระหว่างนิ้วของหลัวจิ่ง ทั้งคู่ก็ชะงักฝีเท้า
เจียงหลินชวนพิงอยู่ตรงขอบประตู “สายพลังจิตต่างหากที่เหมาะกับการเป็นพลังประจำตัวเอกมากกว่า”
“นั่นเพราะนายไม่รู้อะไร” หลัวจิ่งเชิดคางใส่เขา “ดูนี่อีกทีสิว่าอะไร”
เขายกมือซ้ายขึ้น
ปลายนิ้วชี้มีสีเขียวอ่อนผุดขึ้นมา ต้นอ่อนเล็ก ๆ สั่นไหวขณะค่อย ๆ แทงยอดออกมา เพิ่งงอกได้เพียงนิดเดียว ปลายยอดก็ม้วนงอ เห็นเค้าลางคล้ายเถาวัลย์ราง ๆ
“พลังสองสาย?” สีเฉียวอุทาน
“ใช่แล้ว สายฟ้ากับไม้” หลัวจิ่งเหลือบมองหานเฉิงเยว่กับเหวินเซียว ยิ้มอย่างได้ใจสุด ๆ “เป็นไงบ้าง?”
หานเฉิงเยว่เหลือบมองสายฟ้าที่แลบอยู่ในมือขวาของเขา แล้วหันไปมองต้นอ่อนตรงปลายนิ้วมือซ้าย ก็เริ่มนึกอยากได้แก่นผลึกของตัวเองขึ้นมา
เหวินเซียวไม่ได้พูดอะไร แต่ในดวงตาก็ฉายแววปรารถนาที่จะแข็งแกร่งขึ้น
หลัวจิ่งยังได้ใจไม่ทันไร สายฟ้าก็พุ่งออกมาเส้นหนึ่ง
