“สวัสดีครับ ผมคือระบบสุ่มรางวัลตำแหน่งมิติ เรียกผมว่าเสี่ยวถ่งก็ได้ครับ”
น้ำเสียงจริงจังเป็นทางการทุกคำ
“เธอคือเสี่ยวถ่งเหรอ?” เจ้าหน้าที่คนนั้นยิ้ม “ได้ยินว่าเมื่อวานยังช่วยทุกคนเรียกร้องค่าตอบแทนด้วยนี่”
ดวงตาของระบบเป็นประกายขึ้นมาทันที
“เป็นการยื่นคำร้องอย่างสมเหตุสมผลครับ” มันพยายามวางท่าขรึม “ภารกิจพิเศษก็ควรมีค่าตอบแทนพิเศษครับ”
“พูดมีเหตุผล แต่ที่ได้มาก็คงเพราะเสี่ยวถ่งยืนกรานด้วยหลักการแน่ ๆ”
เมื่อได้รับคำชม ผ้าคลุมด้านหลังของเจ้าหนูน้อยก็ลอยขึ้นเองทั้งที่ไม่มีลม ราวกับจะปลิวขึ้นไปเดี๋ยวนั้น
เจ้าหน้าที่คนนั้นถามถึงอาการของสีเฉียวต่อ
สีเฉียวเล่าผลการตรวจ รวมถึงเรื่องที่แก่นกาลเวลายังใช้งานไม่ได้และเอาออกมาไม่ได้ตามจริง
“เอาแก่นออกมาไม่ได้ก็ไม่ต้องเสียดายนะ เฉียวเฉียว”
สีเฉียวเงยหน้าขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เก็บไว้กับตัวเธอ มันช่วยปกป้องและช่วยเหลือเธอในช่วงเวลาคับขันได้ แบบนี้ก็มีคุณค่าเหมือนกัน” เขากล่าว “สิ่งที่ประเทศต้องการคือให้พวกเธอกลับมาอย่างปลอดภัยทุกครั้ง”
สีเฉียวรู้สึกอบอุ่นวาบในใจ เธอพยักหน้าอย่างจริงจัง
“เข้าใจแล้วค่ะ”
“การผจญภัยครั้งแล้วครั้งเล่าของพวกเธอไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ลำบากกันมากแล้ว” เจ้าหน้าที่คนนั้นหันไปมองระบบบนหน้าจอ “โลกที่กำลังเดินหน้าไปสู่ความพินาศ ได้โอกาสเริ่มต้นใหม่เพราะพวกเธอ เยี่ยมมาก!”
ระบบเตรียมคำพูดไว้ตั้งมากมาย แต่พอได้ยินคำว่า ‘ลำบากกันมากแล้ว’ ก็ลืมหมดเกลี้ยง
มันเม้มปากอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะพูดว่า “ก็ไม่ได้ลำบากขนาดนั้นหรอกครับ”
สีเฉียวไม่ได้แฉมัน
ทั้งที่คนชอบบ่นเรื่องความลำบากที่สุดก็คือมันนั่นแหละ แน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมรับหรอกว่า ตอนต้องเข้าไปในอาคารเรียนรวมเก่าของมิติที่แล้ว เธอเกิดความเสียใจขึ้นมาจริง ๆ เสี้ยวหนึ่ง
