“พี่เว่ยหลาน”
เธอโบกมือให้ เว่ยหลานยกมือขึ้นตอบรับเช่นกัน สายตาหยุดอยู่ที่เซวียจื้อเฉิงชั่วครู่ แต่ไม่ได้ถามอะไร กลับหันไปให้คนด้านหลังลงจากรถก่อน
นอกจากสมาชิกทีมเดิมทั้งสี่คนแล้ว วันนี้ยังมีกำลังรบมาอีกสองทีม ไม่นานคนก็ยืนเต็มบริเวณข้างรถขนส่ง แต่ไม่มีใครเดินเพ่นพ่านหรือมองไปรอบ ๆ แถวกระท่อมตู้คอนเทนเนอร์ ทุกคนยืนรอคำสั่งอยู่กับที่
ประตูรถโดยสารคันที่สองเปิดออก ชายหนุ่มคนหนึ่งกระโดดลงมาก่อน แล้วหันกลับไปจะช่วยพยุงคนลงจากรถ ฟางหนิงกลับก้าวลงมาเองแล้ว
ใบหน้าของเธอซีดอยู่บ้าง เว่ยหลานขมวดคิ้วถามด้วยความเป็นห่วง “หัวหน้าฟาง รู้สึกเป็นยังไงบ้าง?”
“สบายดี” ฟางหนิงโบกมือ ปฏิเสธความช่วยเหลือจากชายหนุ่ม “ไม่ได้ออกมาเดินนานแล้ว เลยเมารถนิดหน่อย”
ที่สำคัญคือรถสมัยนี้ไม่เหมือนรถทั่วไปจริง ๆ นั่งแล้วกระแทกกระเทือนเหลือเกิน
“ถ้าไม่ไหวก็กลับไปนั่งในรถทันที”
น้ำเสียงของเว่ยหลานแข็งอยู่บ้าง แต่ฟางหนิงไม่ได้ใส่ใจ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยแบบนี้
“เข้าใจแล้ว หัวหน้าเว่ย”
ฟางหนิงเดินมาหาสีเฉียว มองเธออย่างพินิจอยู่หลายครั้ง ก่อนจะยิ้มออกมา “เธอคือสีเฉียวใช่ไหม?”
สีเฉียวพยักหน้า
“ฉันชื่อฟางหนิง เป็นหัวหน้าทีมวิจัยการเกษตรหลินโจว”
ฟางหนิงยื่นมือขวาที่กลับมาเป็นปกติแล้วออกไป โดยไม่ปิดบังเรื่องที่ตัวเองเกือบกลายเป็นซอมบี้ “วันนี้ฉันเกือบกลายเป็นซอมบี้ ยาที่เธอให้เว่ยหลานช่วยชีวิตฉันไว้”
สีเฉียวมองเธอที มองเว่ยหลานที ดวงตากลมโตคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
“บังเอิญขนาดนั้นเลยเหรอ?” ตอนมอบยาทำความบริสุทธิ์ให้ เธอคิดแค่ว่าอาจได้ใช้ แต่ไม่คิดว่าจะบังเอิญราวกับมีใครวางแผนไว้
