คำพูดประโยคเดียวทำเอาทั้งงานแตกตื่นอีกครั้ง!
อะไรคือ “พูดความจริง” “ตระกูลซูของเรา” แล้วก็ “อย่าโกรธไปเลย” กันล่ะ!
ทุกคำที่นายพูดมันชวนให้คนตะลึงทั้งนั้น!
ฟึ่บ ๆ ๆ~
ทุกคนหันไปมองต้นเสียงพร้อมกัน ก่อนจะเบิกตากว้างทันที!
เห็นชายหญิงหนุ่มสาวสองคนในชุดประหลาดแหวกฝูงชนเดินเข้ามา
ชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา คมคายเป็นสัน มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย ใบหน้าประดับรอยยิ้มบาง ๆ ดูท่าทางกะล่อนอยู่ไม่น้อย
หญิงสาวงดงามสะดุดตา ทั้งยังดูห้าวหาญเปี่ยมด้วยความองอาจ
แต่ทั้งคู่กลับสวมเสื้อคลุมยาวสีเขียวอมฟ้าที่ซีดจาง ดูแตกต่างจากรูปลักษณ์และบุคลิกของพวกเขาอย่างชัดเจน
คู่หนุ่มหล่อสาวงามเช่นนี้ เหตุใดถึงแต่งกายด้วยชุดโบราณที่ดูไม่เข้ากันเอาเสียเลย ราวกับบัณฑิตยากจนที่ข้ามเวลามาอย่างไรอย่างนั้น
แต่เรื่องยังไม่จบ ขณะที่ทุกคนกำลังอ้าปากค้าง เย่ชวนก็เริ่มสร้างความฮือฮารอบที่สอง!
เย่ชวนมองเห็ดหลินจือโลหิตกับเห็ดสนที่ถูกซูเส้าชิงเหยียบอยู่บนพื้นด้วยสีหน้าเสียดาย “ไม่รู้หนังสือนี่น่ากลัวจริง ๆ ยาวิเศษที่ช่วยยืดอายุได้ตั้ง 100 วัน กลับถูกเท้าเหม็น ๆ ของหลานไม่ได้เรื่องอย่างนายเหยียบจนเละ!”
“เห็ดหลินจือโลหิตพันปีกับเห็ดสนสองอย่างนี้รวมกัน มีค่าพอ ๆ กับทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลซูเลยนะ! หมดกันแบบนี้ หลานอย่างนายมันหลานตัวแสบจริง ๆ!”
พอสิ้นคำ ทั้งงานก็ระเบิดเสียงหัวเราะครืน
หลายคนหัวเราะจนแทบหายใจไม่ทัน!
“โอ๊ยแม่เจ้า ขำจะตายอยู่แล้ว! ทำไมไม่พูดไปเลยล่ะว่าตัวเองเป็นเซียนลงมาจุติ แม้แต่ผายลมยังมีค่ามหาศาล!”
“เห็ดหลินจือโลหิตกับเห็ดสนนั่นต้องเป็นของปลอมแน่ ๆ เอามาหลอกคุณย่าซู คิดว่าคนตระกูลซูเป็นคนโง่ หรือคิดว่าพวกเราเป็นคนโง่กันหมด! ที่จริงแล้วไอ้หนุ่มนี่ต่างหากที่โง่ตั้งแต่หัวจรดเท้า!”
“ใช่เลย! ทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลซูงั้นเหรอ แค่ขยะชิ้นไหนก็ได้จากถังขยะบ้านซูก็ซื้อเขาได้แล้ว ดูสิ คุณชายซูโกรธแล้ว ไอ้หมอนี่ซวยแน่!”
ท่ามกลางเสียงเยาะเย้ยสารพัด ซูเส้าชิงโกรธจนแทบระเบิด “ไอ้หนุ่ม แกกล้าพูดว่าฉันเหยียบทรัพย์สินครึ่งหนึ่งของตระกูลซูจนพังหรือ สมองโดนลาถีบมาหรือไง!”
เขาถกแขนเสื้อขึ้น ตั้งท่าพร้อมลงมือ “ฉันจะให้โอกาสแก คุกเข่าขอโทษทุกคน แล้วก็ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนโง่ ไม่อย่างนั้นฉันจะอัดแกจนหาทิศเหนือไม่เจอ!”
ถ้าไม่ใช่เพราะเป็นวันเกิดครบรอบ 80 ปีของคุณย่า ปกติเขาคงซัดอีกฝ่ายไปแล้ว
“โห น้องเขย อารมณ์ร้อนใช่เล่นนะ แต่ก็ยังมีมารยาทอยู่บ้าง ไม่เหมือนพี่สาวนายที่อารมณ์ร้อนกว่าเยอะ!”
รอยยิ้มบนใบหน้าเย่ชวนกว้างขึ้น “แต่อย่าลงมือกับฉันเชียว ไม่งั้นฉันจะให้พี่สาวนายตีก้นนาย!”
เขามองออกตั้งแต่แรกว่าซูเส้าชิงอายุน้อยกว่าซูซืออวิ้นสองปี หน้าตาก็นับว่าหล่อเหลาใช้ได้
แต่มีนิสัยเสียพอ ๆ กับซูซืออวิ้น คงต้องอบรมกันให้ดีสักหน่อย
สิ้นคำพูดนั้น ทั้งงานก็ฮือฮาขึ้นอีกครั้ง!
ทุกคนอ้าปากค้างจนสุดขีด คางแทบตกลงไปกองกับพื้น
ไอ้หนุ่มนี่ถึงกับบอกว่าซูเส้าชิงเป็นน้องเขยของตัวเองงั้นหรือ?
ถ้าอย่างนั้น ซูซืออวิ้น เทพธิดาหิมะผู้โด่งดังไปทั่วเมืองหลวงและเป็นที่หมายปองของชายมากมาย ก็เป็นผู้หญิงของไอ้หมอนี่น่ะสิ!
เป็นไปได้หรือ?
เห็นได้ชัดว่าเป็นไปไม่ได้!
ซูซืออวิ้นมีบุคลิกสง่างามและงดงามโดดเด่นถึงเพียงนั้น จะเป็นผู้หญิงของไอ้บ้านนอกนี่ได้อย่างไร?
หมอนี่มันตลกจนคนขำแทบตายจริง ๆ!
หลังจากตกตะลึง เสียงเยาะเย้ยดังกึกก้องราวฟ้าร้องไปทั่วงาน
ฮ่า ๆ ๆ!
ฮ่า ๆ ๆ~
“แกพูดว่าอะไรนะ?”
“ฉันเป็นน้องเขยแกงั้นเหรอ?”
ซูเส้าชิงที่กำลังจะลงมือถึงกับมึนงงจนสมองแทบระเบิด!
คนบ้านนอกแบบนี้จะเป็นผู้ชายของพี่สาวได้อย่างไร?
ไอ้หมอนี่คงสมองมีปัญหาไปแล้วแน่ ๆ
วันนี้เป็นวันเกิดคุณย่า ไล่คนโง่แบบนี้ออกไปเสียยังจะดีกว่า
คิดได้ดังนั้น ซูเส้าชิงก็ตวาดอย่างเดือดดาล “ไอ้หนุ่ม อย่าคิดว่าฉันให้หน้าแล้วจะไม่กล้าทำอะไรแกนะ!”
เขาถกแขนเสื้อ เตรียมจะลงมือ
ทันใดนั้น เสียงตวาดก็ดังมาจากด้านหลัง “เส้าชิง! หยุดเดี๋ยวนี้!”
ซูทงรีบวิ่งเข้ามา ยืนขวางหน้าซูเส้าชิง “คุณ...คือเย่ชวน ศิษย์ของอาจารย์เซียนมู่ใช่ไหม?”
น้ำเสียงของเขาตื่นเต้นอยู่บ้าง
เมื่อครู่นี้ตอนพิธีกรอ่านรายชื่อ เขาจดจ่ออยู่กับคำว่า “เขาเสินทง” จึงรู้สึกว่าชื่อภูเขาแห่งนี้แปลกประหลาดนัก
ส่วนชื่อ “เย่ชวน” ก็คุ้นหูอยู่บ้าง เพียงแต่ยังนึกไม่ออกชั่วขณะ
พอได้ยินเย่ชวนบอกว่าเป็นผู้ชายของซูซืออวิ้น ในที่สุดเขาก็นึกออก คนที่พ่อผู้ล่วงลับเอ่ยถึงอยู่เสมอแม้แต่ยามหลับฝัน ว่าอยากให้ซูซืออวิ้นแต่งงานด้วยไม่ใช่เย่ชวนหรอกหรือ
ได้ยินมาว่าเย่ชวนเป็นศิษย์ของอาจารย์เซียนมู่บนเขาเสินทง มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศราวเทพเซียน อีกทั้งฝีมือการต่อสู้ยังเหนือชั้น หากตระกูลซูได้เป็นดองกับคนเช่นนี้ ต่อให้รุ่งเรืองไปอีกหลายชั่วคนก็ไม่ต้องกังวล
เย่ชวนหัวเราะหึ ๆ “ในที่สุดพ่อตาก็จำผมได้แล้ว ผมเย่ชวนครับ”
“น้องเขยคนนี้ไม่รู้จักความ เข้าบ้านไปค่อยอบรมให้ดีนะครับ แล้วก็ ภรรยาผมอยู่ไหน?”
เขาสัมผัสได้ถึงสายตาคมกริบหลายคู่ที่จับจ้องมา ในนั้นยังแฝงจิตสังหารเย็นเยียบ
แต่เขาไม่ได้ใส่ใจ
ซูซืออวิ้นทั้งสวยและใจดี จะมีคนตามจีบมากมายก็เป็นเรื่องปกติ
แต่ผู้หญิงที่เขาหมายตาไว้ ใครก็อย่าคิดแตะต้อง ไม่อย่างนั้นต้องรับโทสะของเขา!
“ที่แท้ลูกเขยก็มาถึงแล้ว เชิญนั่งเร็ว!” ซูทงดีใจมาก “ซืออวิ้นไม่ค่อยสบาย เดี๋ยวฉันไปเรียกเธอออกมาให้”
ในเมื่อยืนยันตัวตนได้แล้ว ก็ต้องต้อนรับอย่างดี จะปล่อยให้เสียมารยาทไม่ได้
สิ้นคำพูดนั้น ทั้งงานก็มีเสียงสูดหายใจเฮือกดังขึ้นพร้อมกัน!
ไอ้หนุ่มนี่เป็นผู้ชายของซูซืออวิ้นจริง ๆ งั้นหรือ เป็นไปได้อย่างไร?
สภาพบ้านนอกแบบนั้นมีดีอะไรถึงคู่ควร?
ซูซืออวิ้นไม่ใช่ว่าจะแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับคุณชายตระกูลหลี่หรือ?
ทำไมถึงกลายเป็นผู้หญิงของหมอนี่ไปได้?
ซูทงกำลังเล่นอะไรกันแน่?
คนตระกูลหลี่ก็อยู่ที่นี่ด้วย ต่อไปคงมีเรื่องสนุกกว่านี้ให้ดูแน่
“เดี๋ยวก่อน!” ซูเส้าชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “พ่อ พี่จะหมั้นกับหลี่เจ๋ออวี่ไม่ใช่หรือ แล้วทำไมถึงไปคบกับไอ้หมอนี่ได้?”
“พ่อให้พี่ไปดูตัวกับผู้ชายคนนี้ตั้งแต่เมื่อไร?”
ซูชุ่ยอวิ๋นกระทุ้งไม้เท้าลงพื้น ก่อนตวาดด้วยความโกรธ “ดีนักนะซูทง! แอบให้ซืออวิ้นไปดูตัวลับหลังฉัน ใครอนุญาตกัน!”
“ผู้ชายของซืออวิ้นทั้งเมืองหนานเฉิงรู้กันหมด ต้องเป็นหลี่เจ๋ออวี่เท่านั้น! รีบไล่ไอ้หมอนี่ออกไป อย่ามาทำให้งานวันเกิดของฉันเสีย!”
ตอนนี้นางก็นึกออกแล้ว สมัยที่สามียังอยู่ เขามักพูดถึงเย่ชวนกับเรื่องที่เซียนบนภูเขาเก่งกาจเพียงใดให้นางฟัง
แต่นางไม่เห็นด้วย
ข้อแรก เย่ชวนเป็นคนตระกูลเย่ การล่มสลายของตระกูลเย่เกี่ยวพันกับเรื่องใหญ่เกินไป ตระกูลซูเล็ก ๆ ไม่มีทางเข้าไปพัวพันได้ หากเข้าไปยุ่งก็มีแต่จะถูกกวาดล้างในพริบตา
อีกอย่าง สามีของนางเคยเป็นพ่อบ้านของตระกูลเย่ ตระกูลเย่มีบุญคุณช่วยชีวิตเขา เขาย่อมเข้าข้างตระกูลเย่ คิดแต่จะตอบแทนบุญคุณโดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา
ตอนนี้อำนาจในเมืองหลวงเปลี่ยนแปลงไปแล้ว อิทธิพลของสี่ตระกูลใหญ่ยากหยั่งถึง เครือข่ายอำนาจที่เกี่ยวข้องกับพวกเขาก็ซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง ส่วนอำนาจที่อยู่เบื้องหลังยิ่งใหญ่จนสั่นสะเทือนทั่วหล้า ตระกูลซูไม่มีทางไปหาเรื่องพวกเขาได้
ต่อให้เขาเสินทงเก่งกาจแค่ไหน จะต่อกรกับคนทั้งใต้หล้าได้หรือ?
ซูทงกัดฟันพูด “แม่ ถ้าตอนนั้นอาจารย์เซียนมู่ไม่ได้มอบยาวิเศษให้พ่อ ต่อชีวิตให้พ่ออีกห้าปี ตระกูลซูก็คงไม่มีความรุ่งเรืองอย่างทุกวันนี้ อีกทั้งท่านเซียนยังรักษาโรคเรื้อรังของแม่จนหาย ผมคิดว่า...”
แต่เขาพูดยังไม่ทันจบก็ถูกซูชุ่ยอวิ๋นขัดขึ้น “หุบปาก! อย่าพูดถึงเรื่องเก่าอีก!”
“ถ้ายังพูดเรื่องนี้อีก ก็ไม่ต้องเป็นประมุขตระกูลแล้ว!”
“แม่...” ดวงตาซูทงแดงก่ำ ร่างสั่นเทาเล็กน้อย
เขารู้ว่าการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์กับหลี่เจ๋ออวี่จะช่วยกู้วิกฤตของตระกูลซูได้ แต่ลูกสาวไม่เต็มใจนี่นา!
หลี่เจ๋ออวี่เป็นคนเสเพลเอาแต่ใจขนาดไหน คนทั้งหนานเฉิงต่างก็รู้กันหมด หากส่งซูซืออวิ้นไปแต่งงานด้วย ก็เท่ากับผลักลูกสาวลงกองไฟ!
“พ่อตา ไม่ต้องเสียใจไปครับ!”
เย่ชวนยังคงยิ้ม “คุณย่าจะอยู่ได้ไม่เกินห้าชั่วโมง อย่าไปโกรธนางเลย ถึงตอนนั้นนางต้องเสียใจที่คิดจะเกี่ยวดองกับตระกูลหลี่แน่”
“พาผมไปหาซืออวิ้นเถอะครับ”
“แก!” ซูชุ่ยอวิ๋นโกรธจัดทันที “ไอ้หนุ่ม กล้าสาปแช่งว่าฉันจะอยู่ไม่ถึงห้าชั่วโมง งี่เง่าสิ้นดี! ใครก็ได้ รีบไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้! ไม่สิ อัดมันออกไปเลย!”
เห็นท่าทางกะล่อนของเย่ชวน แถมยังสาปแช่งว่านางใกล้ตาย นางก็โกรธจนแทบระเบิด
ไอ้หนุ่มนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆ!
“คุณย่าอย่าโกรธเลย ไม่ต้องให้คนตระกูลซูลงมือด้วย เรื่องนี้ปล่อยให้ผมจัดการเอง!” ชายคนหนึ่งในชุดสูทอาร์มานีสีม่วงพาบอดี้การ์ดหลายคนเดินออกมา ก่อนคำนับซูชุ่ยอวิ๋น
คนผู้นี้ก็คือหลี่เจ๋ออวี่ คุณชายแห่งตระกูลหลี่ ตระกูลอันดับหนึ่งของหนานเฉิง และเป็นคนตระกูลหลี่ หนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง
ซูชุ่ยอวิ๋นเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มทันที “อ้าว เจ๋ออวี่เองหรือ ถ้าอย่างนั้นเรื่องนี้ยกให้เธอจัดการเลย!”
“วางใจเถอะครับ การจัดการกับไอ้บ้านนอกคนเดียว ไม่ต้องให้คุณย่าลำบากหรอก!” หลี่เจ๋ออวี่สะบัดผมยาว ก่อนแค่นเสียงใส่เย่ชวน “ไอ้หนุ่ม ถ้ารู้จักเจียมตัวก็คุกเข่าขอโทษฉันซะ แล้วก็ยอมรับว่าแกเป็นหมู ไม่คู่ควรกับซูซืออวิ้นเลยสักนิด!”
